Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดส่งท้ายปีนักท่องเที่ยวจีนยังไม่คึกคัก กราบไหว้-ขอพรพระพรหมเอราวันบางตา

ส่งท้ายปีนักท่องเที่ยวจีนยังไม่คึกคัก กราบไหว้-ขอพรพระพรหมเอราวันบางตา

-

ทุกๆปีในช่วงเดือนธันวาคม ใกล้เข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่แบบไทยๆ รวมทั้ง ช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยกันอย่างหนาตา และอีกหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมากราบไหว้ บูชาอย่างไม่ขาดสาย นั่นคือ “พระพรหมเอราวัณ” หรือศาลท้าวมหาพรหม ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ตรงสี่แยกราชประสงค์

ถ้าย้อนมองดูตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งศาล ที่บรรดาชาวไทยและต่างชาติให้ความเคารพศรัทธากัน โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ที่นิยมนำทัวร์มากราบไหว้ บูชากัน โดยเพาะชาวจีน มาเที่ยวเมืองไทยแล้ว จะต้องแวะมาไหว้ให้ได้

หากย้อนรอยในอดีต พระพรหมเอราวัณ เริ่มต้นตั้งขึ้นในปี 2494 พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ กำหนดให้มีการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ เพื่อที่รองรับแขกบ้าน แขกเมือง ช่วงที่มีการก่อสร้าง ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมามากมายที่เล่าต่อกันมา

ว่ากันว่า ช่วงเมื่อหลายปีก่อนพลตรีหลวงสุวิชานแพทย์ได้ท้วงติงว่า ในยุคนั้นที่มีการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ ไม่ได้มีการทำพิธีบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณนั้น ฤกษ์ในการวางศิลาฤกษ์ไม่ถูกต้อง อีกทั้งใช้ชื่อโรงแรม “เอราวัณ” เป็นชื่อของช้างทรงของพระอินทร์ ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ จำเป็นต้องมีการบวงสรวงที่ถูกต้อง

วิธีการแก้ไข จะต้องขอพรจากพระพรหม เพื่อช่วยให้อุปสรรคหมดไป และจะต้องสร้างพระพรหมขึ้นมาทันที หลังมีการก่อสร้างโรงแรมเสร็จ  และสร้างศาลพระภูมิขึ้นในโรงแรมหลังจากนั้น จึงได้มีการตั้งศาล “พระพรหมเอราวัณ”ขึ้น ออกแบบปั้นโดย นายจิตร พิมพ์โกวิท กรมศิลปากร เมื่อวันที่9 พฤศจิกายน 2499  และถือเอาวันนี้เป็นวันที่มีการทำพิธีบวงสรวงเทวสถานขึ้นทุกๆปี

พระพรหมเอราวัณ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู พระพรหมเป็นผู้สร้าง และทรงมีสี่พระพักตร์ แต่ละพระพักตร์เป็นดั่งสัญลักษณ์แทนทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ทำให้พระองค์สามารถมองเห็นและปกปักรักษาได้ ทั้งโลกมนุษย์และสวรรค์ ช่วยปัดเป่าความขัดข้อง อุปสรรค และส่งเสริมโชคลาภ ความสำเร็จ ของผู้สักการะที่มีจิตศรัทธา

วิธีบูชาพระพรหม มี 4 พักตร์ 4 ทิศ ควรบูชาให้ครบทั้ง 4 ทิศ หากขอไหว้แค่ทิศเดียว (แต่ไม่ได้ผิด) ต้องมีวิธีทำที่ถูกต้อง พร้อมกันนั้นต้องมีการเตรียม ดอกบัว น้ำสะอาด ธูป เทียน ดอกดาวเรือง บางคนถวายช้างไม้

และปลายปีนี้ภาพรวมนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้ พระพรหมเอราวัณ แหล่งข่าวร้านขายดอกไม้ ย่านดังกล่าว บอกว่ารายได้ไม่ค่อยดีมากนัก เนื่องจากว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาน้อย กว่าช่วงที่เกิดโควิท แต่โดยรวมดีขึ้นเล็กน้อย ยิ่งในเดือนธันวาคมของทุกปี จะมีคนจีนเข้ามาเที่ยวเยอะมาก แต่ปีนี้ตั้งแต่วันเกิดพระพรหม จนถึงปัจจุบันในช่วงกลางวันเงียบเหงามาก จะมีช่วงเย็นๆค่ำๆ พอมีนักท่องเที่ยวบ้าง ส่วนใหญ่ยังเป็นคนจีน แต่ปัจจุบันคนเวียดนามเดินทางมากราบไหว้กันเยอะ

ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดีมากนัก รอลุ้นดูช่วงส่งท้ายปีและต้นปีใหม่ จะคึกคักหรือไม่ การค้าขาย เครื่องไหว้ก็ยังไม่ดี คนประหยัดกัน อย่างการปล่อยนก มีน้อยมากวันละ 8-9 กรงเท่านั้น ต่างจากยุคก่อนๆขายดีมาก ส่วนราคาดอกไม้ยังขาย 25 บาทต่อพวง รวมทั้งชุดใหญ่ขายกันชุดละ 100 บาทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้ากรุ๊ปทัวร์มากันเยอะๆ อย่างน้อยนักเที่ยวจะมากราบไหว้ เพื่อเป็นสิริมงคลกัน

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...