Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเปลือยใจ “อมรรัตน์”แม่พิมพ์ไทยในสวีเดน ทุ่มชีวิตเพื่อสังคม หวังสร้างงาน สร้างอาชีพ

เปลือยใจ “อมรรัตน์”แม่พิมพ์ไทยในสวีเดน ทุ่มชีวิตเพื่อสังคม หวังสร้างงาน สร้างอาชีพ

-

หลังจากบินลัดฟ้า จากบ้านเกิดเมืองนอน จ.บุรีรัมย์ เพื่อเดินทางไปใช้ชีวิต อยู่ประเทศสวีเดนร่วม 40ปี “หมี –อมรรัตน์ บุญญะฤทธิ์” ไปสร้างความฝัน จากแรงบันดาลใจที่อยากทำงานเพื่อสังคม ขอรับหน้าที่เป็นครูสอนนักเรียนไทยในสวีเดน จนซึมซับวัฒนธรรมชาติตะวันตกได้อย่างถึงแก่น

ความฝันของ “หมี-อมรรัตน์” สมัยที่เรียนภาควิชาสังคมศาสตร์ วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จยุคนั้น เธอเล่าว่า อยากทำงานในสายที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือสังคม อีกอย่างตั้งแต่สมัยเด็กๆ ครอบครัวของตนเป็นครู โดยคุณพ่อเป็นอาจารย์ใหญ่ ถือว่าเป็นครูบ้านนอกคนหนึ่ง ที่ทุ่มเท หน้าที่การงานอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยเหลือทางด้านการศึกษาในท้องถิ่นมายาวนาน ตนได้ยึดถือเอามาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต

จากนั้นได้มีโอกาสไปทำงานที่ประเทศสวีเดน ซึ่งต้องจากบ้านเกิดไป แต่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติมาก จึงตัดสินใจไปสวีเดน ขณะนั้นคนไทยที่อยู่สวีเดน บางคนไปมีครอบครัวเป็นชาวต่างชาติ ตั้งรากฐานอยู่ต่างประเทศ

จึงมีการรวมตัวกันตั้งเป็นสมาคมขึ้นมา  ได้พรรคพวกเพื่อนฝูง คนไทยมาร่วมทำกิจกรรมกัน ตามประเพณีแบบไทยๆ เพื่อเผยแพร่ให้กับชาวต่างชาติ ได้ขนบธรรมเนียมที่ดีงามของคนไทย

ขณะเดียวกัน  สมาชิกได้นำลูกๆหลานๆเป็นเด็กไทย มาเรียนรู้ภาษาไทย ซึ่งได้รับความสนใจค่อนข้างสูง โดยจัดตั้งร.ร. อุปแลนด์เวสบี้ขึ้นมา  มีการสอนระดับการศึกษาตั้งแต่ประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมศึกษา พร้อมกัน ได้ทำธุรกิจร้านอาหารไทยควบคู่ไปด้วย เพื่อหาโอกาสเด็กไทยมาทำงานและศึกษาการทำอาหารไทย

นอกจากนี้ ยังมีการสอนเรื่องแกะสลักผลไม้ ซึ่งชาวต่างชาติที่มีครอบครัวเป็นคนไทยชื่นชอบมาก จุดนี้เป็นส่วนหนึ่งช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมและสืบสานประเพณีแบบไทยๆ ควบคู่ไปด้วย อย่างในช่วงเทศกาลสำคัญๆ จัดงานสงกรานต์ งานลอยกระทงบ้าง เน้นวัฒนธรรมแบบไทยๆ ทั้งนี้  เพื่อลบล้างความคิดฝรั่งบางคนมองภาพลักษณ์คนไทยในด้านลบ

“จากในอดีตที่เราไปอยู่สวีเดนเมื่อช่วง40ปีก่อน ยังไม่มีโรงเรียนสอนภาษาให้เด็กไทย ไม่มีวัด ไม่มีร้านอาหารไทย เราได้รวมตัวกัน เพื่อที่ให้คนไทยในสวีเดน ได้มาทำกิจกรรมสังคมที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศชาติ ตอนนี้มีสมาชิกพอสมควร การทำงานต่างๆมีพลังพอ” อมรรัตน์กล่าวและว่า

นอกจากนั้น พอมีเวลาตนเดินทางกลับเมืองไทย ซึ่งมีญาติและเพื่อนฝูงอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ ได้แนะนำทำธุรกิจเล็กๆน้อยๆ แต่ลองผิด ลองถูกมาระยะหนึ่ง จึงได้โอกาสมาเจอกับบริษัท ทรัพย์ยั่งยืน หรือSY เมื่อ2 ปีที่ผ่านมา ช่วงที่เมืองไทยเจอโควิท-19ได้เดินทางไปร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม ที่จ.ยะลา พร้อมนำแมส ไปแจกให้กับท้องถิ่น

อีกทั้ง ยังเห็นภาพของบริษัท ที่นำเงินเป็นทุนการศึกษา นำสิ่งของไปแจกให้ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งสอดรับกับแนวทางการทำงานของตนเอง

“บริษัทมุ่งหวัง เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ เพราะเรื่องการบริจาคนั้น ใครจะบริจาคที่ไหนก็ได้ แต่การสร้างงาน ถือว่าเป็นการช่วยเหลือคนในระยะยาว ไม่ใช่ช่วยแค่ชั่วครั้ง ชั่วคราวเท่านั้น” อมรรัตน์กล่าวน่าสนใจ

ดังนั้น ช่วงตนกลับไปประเทศสวีเดน ได้นำสินค้าของกลุ่ม SY เพื่อนำไปแจกเพื่อนชาวต่างชาติทดลองใช้ดู ปรากฏว่าได้รับความสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะโลชั่นบำรุงผิว สบู่ ครีมอาบน้ำ ทั้งนี้ ทราบกันดีว่าที่สวีเดนเป็นเมืองหนาว ผิวพรรณแห้งกราน   ยิ่งสินค้าจากเมืองไทย ที่มีผสมกับวัตถุดิบสมุนไพร  จะได้รับความสนใจไม่น้อย เพราะฝรั่งชอบอะไรที่เกี่ยวกับธรรมชาติมาก

สำหับแผนในอนาคต ตนมีแนวคิดที่ตั้งเซ็นเตอร์ ที่จ.บุรีรัมย์สักแห่ง ทั้งนี้ เพื่อที่นำสินค้าไปจำหน่ายให้เพื่อนๆ และเป็นช่องทางการสร้างงานในภูมิภาคอีกช่องทางหนึ่ง ทั้งนี้ ตนมีเพื่อนฝูงและญาติที่คอยสนับสนุนมากมาย

การทำธุรกิจยุคนี้ บริษัทต่างๆเกิดขึ้นมากมาย สิ่งสำคัญองค์กร จะต้องหันมามุ่งเรื่องการช่วยเหลือสังคมควบคู่ไปด้วย อย่าเพียงมุ่งหวัง ธุรกิจอย่างเดียว เพราะสังคมจะอยู่รอด เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบบพึ่งเขา พึ่งเรา  

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...