หน้าแรกข่าวล่าสุดทะลักเที่ยวสังขละบุรีสะพานมอญแน่น เศรษฐกิจคึก เงินสะพัด

ทะลักเที่ยวสังขละบุรีสะพานมอญแน่น เศรษฐกิจคึก เงินสะพัด

-

สังขละบุรีคึกคักนักท่องเที่ยวทะลักเที่ยวทำบุญตักบาตรยามเข้า ชมสะพานมอญ ชิม ช้อป ชมการแสดง ถนนคนเดิน คาดเงินสะพัดกว่า 25 ล้าน ขณะที่ห้องพักช่วงเทศกาลปีใหม่ถูกจองเต็มแล้ว

เมื่อเช้าวันที่ 10 ธันวาคม 2566 นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวทำบุญตักบาตรพระสงฆ์บริเวณสะพานศรีสุวรรณคีรี (สะพานแดง) และในชุมชนบ้านวังกะ ที่บริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ ชุมชนชาวมอญบ้านวังกะ และชุมชนกะเหรี่ยงเทศบาลตำบลวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะสวมใส่ชุดพื้นเมือง ทั้งชุดมอญ พม่า กะเหรี่ยง สีสันสวยงาม พร้อมทั้งร่วมกันถ่ายรูปบนสะพานไม้ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ เมื่อค่ำคืนวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวและประชาชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ต่างพากันออกมาเดินชมสินค้าพื้นเมือง ชิมอาหารพื้นเมือง และชมการแสดงรำมอญ รำตงของชาวกะเหรี่ยง และการแสดงของเด็กนักเรียนบริเวณถนนคนเดินสังขละบุรี จัดขึ้นเฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันเสาร์ของทุกสัปดาห์ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวร่วมกับส่วนราชการและคณะกรรมการถนนคนเดิน จัดขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอสังขละบุรี

ด้านที่พักโรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ รวมทั้งแพพัก และลานกางเต้นท์ ต่างมีนักท่องเที่ยวเข้าพักเต็มทั้งหมด โดยมีการคาดการณ์ว่า การท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวติดต่อกัน 3 วัน เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ (10 ธันวาคม 2566) นี้ จะมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีกว่า 25 ล้านบาท

ขณะที่ ยอดการจองห้องพักในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันเต็มหมดแล้วเช่นกัน นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี แต่ยังไม่ได้จองห้องพัก ต้องวางแผนการท่องเที่ยวและการเดินทางล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง อย่างไรก็ตามอำเภอสังขละบุรียังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ความหลากหลายของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองชายแดนแห่งนี้

โดย- ปิยรัชต์ จงเจริญ ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรี

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...