หน้าแรกมูเตลู..รู้ไว้ ใช่ว่าทำบุญให้ 'กู้ภัยผู้วายชนม์'เชื่อจะได้โชคไปลุ้นรวย

ทำบุญให้ ‘กู้ภัยผู้วายชนม์’เชื่อจะได้โชคไปลุ้นรวย

-

ประชาชนและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจำนวนมากไปร่วมทำบุญ”หน่วยบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี 2566(ปีที่ 26)”เพื่ออุทิศส่วนบุญให้กับอาสาสมัครที่เสียชีวิตจากการปฎิบัตงานช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย หน่วยกู้ภัย จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และอื่นๆ ที่วัดกลางบางพระ (หลวงพ่อสมหวัง) ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยมีพระครูศรีสุตากรเจ้าอาวาสวัดกลางบางพระ (หลวงพ่อสมหวัง) เป็นประธานมูลนิธิหลวงพ่อสมหวัง และประธานหน่วยบรรเทาสาธารณภัยหลวงพ่อสมหวัง วัดกลางบางพระ หลวงพ่อสมหวัง จัดงานทำบุญหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี 2566 (ปีที่ 26)

เพื่อบำเพ็ญกุศลและอุทิศให้กับผู้เสียชีวิตดังกล่าวมีการนำรูปเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่เสียชีวิตมาติดไว้ พร้อมนิมนต์พระมาประกอบพิธี มีพระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 รองเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พระธรรมวชิรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม เจ้าคณะภาค 14 พระพิพัฒน์ศึกษากร เจ้าอาวาสวัดบางช้างเหนือ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ขณะที่นายกองเอก พงศธร ศิริสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ซึ่งประชาชนและตัวแทนจากมูลนิธิ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหลวงพ่อสมหวัง ต่างมาเข้าร่วมในพิธีอย่างเป็นจำนวนมากเพราะมีความเชื่อว่าได้ทำบุญอุทิศส่วนกุลไปให้แล้วจะได้โชคไปลุ้นรวย

พระครูศรีสุตากร เจ้าอาวาสวัดกลางบางพระ บอกว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อสดุดีวีรกรรม ของผู้เสียสละช่วยเหลือประชาชนที่เสียชีวิต ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เพราะพวกเขาเหล่านี้ได้เสียสละโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน เป็นอาสาสมัครที่เข้ามาทำงานช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับจากการเกิดอุบัติภัยร้ายแรงทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เมื่อทราบเหตุจะต้องไปถึงที่โดยทันที และให้การช่วยเหลือไม่ว่าจะใกล้ไกล ถือเป็นคนที่เสียสละมาก

ทั้งนี้ พระครูศรีสุตากร ยังได้เตือนในการทำงานทุกครั้งว่า ต้องไม่ประมาท และทุกคนที่สมัครเข้ามาจะต้องได้รับการฝึกฝนในการช่วยเหลือ จนมีความชำนาญก่อนปล่อยให้ออกปฏิบัติการ เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายถึงกับชีวิตในการช่วยเหลือจึงต้องช่วยเหลือกัน เพราะเขาเหล่านั้นยังมีครอบครัวที่อยู่ด้านหลังต้องดูแล และจะจัดขึ้นทุกปี

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...