Google search engine
หน้าแรกเศรษฐกิจทั่วไทยต่อยอดพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคอีสาน

ต่อยอดพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคอีสาน

-

“ศุภมาส” รมว.อว. ลงพื้นที่ตรวจราชการ ก่อนประชุม ครม.นอกสถานที่ จ.อุดรธานี เพื่อเตรียมผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมต่อยอดพัฒนาศักยภาพระเบียงเศรษฐกิจภาคอีสาน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ลงพื้นที่ตรวจราชการในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 1/2566 ณ พื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี ) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เพื่อประชุมมอบนโยบายการทำงานด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 โดยมีนายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัด อว. พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษา รมว.อว. ผู้บริหารกระทรวง อว.และผู้บริหารงาน อว.ส่วนหน้าและเครือข่ายมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวง อว.เข้าร่วม โดยมี นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คณิศรา ธัญสุนทรสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ให้การต้อนรับ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

รมว.อว. ชมนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานโครงการของกระทรวง อว.เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ เช่น UDRU NEXTs และหลักสูตรการพัฒนาทักษะ upskill – reskill บัณฑิตพันธุ์ใหม่ การผลิตผ้าทอมือย้อมคราม นวัตกรรมยืดอายุการเก็บรักษาเนื้อทุเรียนในบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งออก การบริหารจัดการน้ำชุมชน การนำ BCG โมเดลขับเคลื่อนชุมชนที่มีฐานการผลิตข้าวเหนียวให้มีการสร้างมูลค่าเพิ่มแบบครบวงจร เป็นต้น

จากนั้น รมว.อว. ได้ประชุมมอบนโยบายการทำงานด้าน อววน.พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ว่า พื้นที่จังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้แก่ บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี มีศักยภาพ อยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคอีสาน ที่สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเอื้ออำนวย และกระตุ้นให้เกิดการค้า การลงทุนในพื้นที่ ตลอดจนมีทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี และศาสนา ดังจะเห็นจากเป็นแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง จ.อุดรธานี แหล่งวัฒนธรรมและประเพณี เช่น เทศกาลผีตาโขน เทศกาลบั้งไฟพญานาค จ.หนองคาย งานนมัสการพระธาตุศรีสองรัก งานแสดงไม้ดอกเมืองหนาว จ. เลย เป็นต้น ซึ่งพร้อมที่พัฒนาศักยภาพให้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือน เพื่อเป็นการนำรายได้เข้าสู่จังหวัด กระทรวง อว.พร้อมให้การสนับสนุน ในการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการในพื้นที่ของหน่วยงานในสังกัด อว. มาบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อต่อยอดและพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ให้โดดเด่นกว่าเดิม ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยก็ได้เน้นย้ำผลักดันให้กระทรวง อว. เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ ดังนั้นการมีส่วนร่วมกับพื้นที่และชุมชนจึงสำคัญ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาพร้อมกับยกระดับทั้งภาคการท่องเที่ยว ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมเพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ประชาชน

“ดีใจที่ได้เห็นความสุขของพี่น้องประชาชนที่มาจากการที่ กระทรวง อว.เข้ามาสนับสนุนส่งเสริมการแก้ปัญหาความยากจน สร้างงาน สร้างรายได้ ด้วยการนำ อววน.เข้ามาช่วยในการพัฒนาพื้นที่ผ่านหน่วยปฏิบัติการ อว.ส่วนหน้า มหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นนโยบายที่ตนมุ่งเน้นคือหน่วยงานด้านวิจัยและพัฒนาของ อว. ต้องร่วมมือกับพื้นที่ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาในพื้นที่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญต้องช่วยยกระดับคุณชีวิตและแก้ปัญหาความยากจนให้ได้ ขณะที่การดูแลนักศึกษาก็เป็นนโยบายสำคัญที่มอบให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่นำไปปฏิบัติคือ 1.การยึดนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง และให้มีศูนย์หรือระบบดูแลนักศึกษาทั้งร่างกายและจิตใจ 2.การพัฒนาหลักสูตร non degree หรือหลักสูตรระยะสั้น เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องเรียนถึง 4 ปี” รมว.อว. กล่าว

การลงพื้นที่ติดตามการตรวจราชการ ในครั้งนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ เลขานุการกรม นำ คณะนักวิจัย ที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย จาก วช. เข้าร่วมจัดนิทรรศการผลการดำเนินงานโครงการของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อแก้ไขความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ (Area-Based & Community) “นวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมแกร่งให้ชุมชนและผู้ประกอบการ” อาทิ โครงการ “การใช้นวัตกรรมการเกษตรและการบูรณาการ ความร่วมมือทางการตลาดระหว่างประเทศ เพื่อส่งออกผลิตผลทุเรียนของเกษตรกรรายย่อยสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภาคเอกชน ในการสร้างแนวทางการขยายตลาดการส่งออกทุเรียนไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนผ่านระบบโลจิสติกส์ใหม่รถไฟความเร็วสูง

โครงการ “เทคโนโลยีการคัดกรองมวลกระดูกสำหรับโรคกระดูกพรุน ด้วยแสงพลังงานต่ำและปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับศูนย์กระดูกและข้อโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของโรงพยาบาลแพทย์อุดรธานี เพื่อสร้างความตระหนักถึงภัยคุกคามที่เกิดจากโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ โดยนำผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย วัสดุทดแทนกระดูกประเภทไฮดรอกซี่อาปาไทท์ แผ่นดามกระดูกความแข็งแรงสูง มาใช้กับผู้ป่วยสูงอายุที่มีความเสี่ยง พร้อมทั้งจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน และตรวจวัดมวลกระดูกให้กับผู้สูงอายุในท้องถิ่นต่าง ๆ

โครงการ “การพัฒนาและผลิตผลึกสารกึ่งตัวนำสารประกอบ III-V โดยวิธีการปลูกผลึกด้วยลำโมเลกุลและพัฒนาอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำในอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะอุตสาหกรรมการสื่อสารและอุตสาหกรรมการแพทย์”ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และภาคเอกชน นับเป็นการสร้างนวัตกรรม ด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่อง และมีคุณภาพทัดเทียมกับนานาชาติ

หลังจากนั้น รมว.อว. และคณะผู้บริหาร อว. เดินทางไปยัง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี (ศูนย์สามพร้าว) และ บริษัทอุดรมาสเตอร์เทค ตำบลโนนสูง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เพื่อตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาและผลิตผลึกสารกึ่งตัวนำสารประกอบ III-V โดยวิธีการปลูกผลึกด้วยลำโมเลกุลและพัฒนาอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำในอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะอุตสาหกรรมการสื่อสารและอุตสาหกรรมการแพทย์ และโครงการอาหารแห่งอนาคตและนวัตอัตลักษณ์ เพื่อศึกษาแนวทางการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์สู่เชิงพาณิชย์ ด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...