หน้าแรกรอบรั้วภูธรแห่แจ้งจับ "อ้วน ผอม"ตุ๋นขายทัวร์ทิพย์สูญกว่า 100 ล้าน

แห่แจ้งจับ “อ้วน ผอม”ตุ๋นขายทัวร์ทิพย์สูญกว่า 100 ล้าน

-

ผู้เสียหายนับร้อยแห่แจ้งความ ปคบ.เอาผิดผู้บริหารทัวร์อ้วน ผอม อะราวน์ เดอะ เวิลด์ จำกัด ข้อหาฉ้อโกงประชาชน เบื้องต้นสูญกว่า 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 66 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายพงศกร มาตระกูล หรือทนายกอร์น และนายธนาคาร น้อยพิทักษ์ หรือทนายวิน จากเพจทนายหัวเผือก ร่วมกับเพจออยศรีและผองเผือก พาบรรดาผู้เสียหายประมาณ 100 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดผู้บริหารบริษัทอ้วน ผอม อะราวน์ เดอะ เวิลด์ จำกัด ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และพ.ร.บ.คอมพ์ฯ ซึ่งพบว่ามีบางรายถูกทัวร์บริษัทฯ นี้เรียกเก็บเงินไปตั้งแต่ปี 62 จนปัจจุบันยังไม่มีการคืนเงินแก่ผู้เสียหาย

น.ส.สมหญิง อายุ 32 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปืดเผยว่า ตนจะเดินทางไปประเทศเวียดนาม เพราะเห็นว่าราคาถูก 3 คน รวม 3 หมื่นบาท ตนจ่ายเงินทั้งหมดไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา และมีกำหนดบินวันที่ 19 พฤศจิกายน หลังจากจ่ายเงินตนก็ยังติดต่อกับบริษัทมาตลอดผ่านทางไลน์ จนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตนถามถึงความคืบหน้าของแผนการเดินทาง แต่ทางบริษัทก็บ่ายเบี่ยง จนก่อนเดินทาง 1 วัน ทางบริษัททักมาบอกตนว่าทริปนี้ขอเลื่อน ไม่สะดวกในการเดินทาง ตนจึงขอเงินคืน ทางบริษัทก็ตกลงที่จะคืนเงิน แต่ตนก็ติดต่อบริษัทไม่ได้ทุกช่องทาง ที่สำนักงานก็ไม่มีคนอยู่ ตนลองเสิร์ชหาในกูเกิ้ลว่ามีใครโดนหลอกเหมือนตนบ้าง เพราะรู้สึกแปลกใจตั้งแต่เดือนตุลาคม ก็พบว่ามีคนมาโพสว่าโดนบริษัทนี้หลอกเต็มไปหมด

จากการตรวจสอบย้อนหลังพบผู้เสียหายยังไม่ได้เดินทางไปเที่ยวตั้งแต่ปี 62 ขณะนี้ผู้เสียหายส่วนใหญ่ดำเนินคดีแล้ว แต่ก็ยังมีอีกส่วนที่ยังไม่ดำเนินคดีเพราะยังเชื่อมั่นในบริษัท และทางบริษัทอ้างว่าใครแจ้งความทางบริษัทจะดำเนินคดีกลับ ผู้เสียหายรวมที่เช็คได้ปัจจุบันมีประมาณ 400 คน เสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท

เบื้องต้น พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ.ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.ให้จัดเตรียมพนักงานสอบสวนไว้รับมือ โดยวันนี้ได้ระดมพนักงานสอบสวนทุกกองกำกับ ที่เข้าเวรมารอรับแจ้งความจากผู้เสียหายเพื่อแก้ไขดูแลประชาชนที่ไปซื้อบริการท่องเที่ยวกับบริษัทฯ นี้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...