หน้าแรกข่าวล่าสุดทัพเรือภาคที่ 2 ผนึกกำลัง 7 หน่วยงาน ตรวจความพร้อมกำลังพล-ยุทโธปกรณ์ 3 มิติ รับมือมรสุมภาคใต้ 24 ชม.

ทัพเรือภาคที่ 2 ผนึกกำลัง 7 หน่วยงาน ตรวจความพร้อมกำลังพล-ยุทโธปกรณ์ 3 มิติ รับมือมรสุมภาคใต้ 24 ชม.

-

พล.ร.ท. ปริทรรศน์ ชาตะสิงห์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 2 (ศบภ.ทรภ.2) นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ตรวจความพร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ที่ลานจอดอากาศยาน สถานีการบิน ฐานทัพเรือสงขลา  จ.สงขลา เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยวาตภัยและดินโคลนถล่ม ในเเอนฤดูมรสุมภาคใต้ฝั่งตะวันออกเดือนตุลาคม มกราคม

ทัพเรือภาคที่ 2. บูรณาการร่วมกันกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน 7 หน่วยงาน อบจ.สงขลา, ปภ.จังหวัดสงขลา, ศูนย์ ปภ. เขต 12 สงขลา, เทศบาลนครสงขลา, เทศบาลเมืองเขารูปช้าง, ศูนย์กู้ภัยสว่างสงขลาร่วมใจ และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)ซึ่งการบริหารจัดการในช่วงภัยพิบัติจะครอบคลุมศักยภาพ 3 มิติ มีมิติทางอากาศ มีการจัดโดรนตรวจการณ์ (UAV) บันทึกภาพมุมสูงแบบเรียลไทม์, โดรนลำเลียง ,เครื่องบินตรวจการณ์ (T-337), เครื่องบินลาดตระเวน (Do-228) และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง (S-76B)

ส่วนมิติทางบก มีการจัดกำลังพลชุดกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมเรือ เจ็ทสกี , ยานพาหนะ , รถสื่อสารดาวเทียม, รถผลิตน้ำดื่ม, รถผลิตกระแสไฟฟ้า, รถครัวสนาม, รถกู้ชีพ-พยาบาล, รถดับเพลิง และรถสุขาเคลื่อนที่และมิติทางทะเล หน่วยเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล ทัพเรือภาคที่ 2 พร้อมชุดปฏิบัติการกู้ชีพทางน้ำ ชุดปฏิบัติการพิเศษ และชุดสำรวจประเมินความเสียหาย

พล.ร.ท.ปริทรรศน์ ชาตะสิงห์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 กล่าวว่าความพร้อมในการดูแลประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ 5 จังหวัด สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส

“ทหารเรือมีความพร้อมปฏิบัติภารกิจเข้าถึงพื้นที่เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง”

และสำหรับช่องทางการติดต่อขอรับความช่วยเหลือ (ตลอด 24 ชั่วโมง) สาธารณภัยทางบก: ศบภ.ทรภ.2 กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ถนนชลาทัศน์ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา โทรศัพท์/โทรสาร 074-325-804-5  หรือ Facebook / Instagram / TikTok: “ทัพเรือภาคที่ 2” ส่วนสาธารณภัยทางทะเล: วิทยุสื่อสารย่าน HF (CB) BAND C ช่อง 21 ความถี่ 27.215 MHz และ สายด่วนกองทัพเรือ: 1696 (ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ).

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...