หน้าแรกข่าวล่าสุดลงทุนไร่ละหมื่นปลูกแตงโม 8 ไร่ 2 เดือนเก็บขายทำรายได้ 2 แสน

ลงทุนไร่ละหมื่นปลูกแตงโม 8 ไร่ 2 เดือนเก็บขายทำรายได้ 2 แสน

-

หลังจากเสร็จทำนาปี เกษตรกรบ้านค่ายพัฒนา ต.เวียงสะอาด อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม พลิกที่นา 8 ไร่ปลูกแตงโมใช้น้ำน้อยช่วงฤดูแล้ง เน้นปลูกพันธุ์ทองกินรี พันธุ์ตอร์ปิโด และพันธุ์ซอนญ่าพลัส ลงทุนไร่ละ 10,000 บาท ใช้เวลา 2 เดือน เก็บขายทำเงินรวม 200,000-250,000 บาท ผ่านการตรวจสอบ GMP มีแม่ค้ามาซื้อถึงสวน

นางอริสา คูณหัวโทน ชาวนาในพื้นที่หมู่ 5 บ้านค่ายพัฒนา ต.เวียงสะอาด อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม บอกถึงความสำเร็จในการปลูกแตงโมเพิ่มรายได้หลังจากฤดูกาลทำนาว่า หลังจากว่างเว้นการทำนา ก็ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ 8 ไร่ มาปลูกแตงโม ในช่วงหน้าแล้ง เพราะแตงโมจัดเป็นพืชใช้น้ำน้อย โดยปลูกพันธุ์ทองกินรีมีเปลือกสีเหลืองทองผิวเรียบ พันธุ์ตอร์ปิโด ลักษณะรูปจะเป็นลักษณะ ผลเป็นทรงเรียบเรียว และ พันธุ์ซอนญ่าพลัส ลงทุนไร่ละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 80,000 บาท ปลูก 2 เดือน สามารถขายได้ประมาณ 200,000-250,000 บาท แล้วแต่ราคาในช่วงนั้นๆ

นางอริสา บอกต่อว่า การปลูกแตงโมในที่นาในพื้นที่ของตนเองนั้น ได้ใช้ระบบน้ำหยดแบบสมาร์ทฟาร์ม ควบคุมปริมาณน้ำ อาศัยน้ำจากคลองชลประทาน ระยะเวลาในการปลูกก็สั้น ประมาณ 60 วัน ก็สามารถขายผลผลิตได้แล้ว แตงโมของเราปลอดภัยผ่านการตรวจสอบ GMP โดยใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยปลอดภัยผ่านการตรวจรับรอง GMP ทุกปี จากสำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม มีพ่อค้าแม่ค้าจากต่างพื้นที่เข้ามารับซื้อแตงโมถึงสวน

สำหรับเม็ดพันธุ์แตงโม จะซื้อจากความต้องการของพ่อค้าที่มารับซื้อ ส่วนปุ๋ยเพิ่มความหวานจะมีการใช้ในระดับปลอดภัย เนื้อแตงโมจะเป็นสีแดงเนื้อทรายรสชาติหวานกรอบ ถ้าได้มีโอกาส บริโภคแตงโมในพื้นที่อ.พยัคฆภูมิพิสัย เปรียบเทียบกับแตงโมจากจังหวัดอื่นๆ จะเห็นความแตกต่างว่า แตงโมต.เวียงสะอาด เป็นพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จึงทำให้กรอบอร่อยหวาน เนื้อทราย รสชาติดีสีแดงเข้มและเป็นแตงโม GMP สามารถสั่งซื้อได้ที่ 06-5347-2798.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...