ไม่น่าเชื่อว่าผู้ผลิตแบตเตอรี่มือถือเล็ก ๆ บีวายดี (BYD) จากประเทศจีน เมื่อ 28 ปีที่แล้ว จะก้าวขึ้นเป็นเจ้าตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างรวดเร็ว ด้วยการทำยอดขายล้มเจ้าตลาดอย่าง Tesla และหาญกล้าลูบคมราชันรถยนต์อย่าง Toyota ได้อย่างไร
ถ้าผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแวดลงรถยนต์คงไม่รู้ว่า BYD เป็นใครมาจากไหน? The worldbizs รวบรวมข้อมูล และฉายภาพการก้าวย่างของ BYD ว่าประสบความสำเร็จได้อย่างไร

BYD เป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่รถยนต์ สัญชาติจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 โดย นายหวัง ชวนฟู แต่เริ่มแรกบริษัททำธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ NOKIA จากการเป็นซัพพลายเออร์ผลิตแบตเตอรี่ ให้กับ NOKIA เป็นเจ้าแรกในจีน และสามารถครองส่วนแบ่งมากกว่า 50% ในตลาดแบตเตอรี่สำหรับโทรศัพท์มือถือในจีน
บีวายดี (BYD) เริ่มเข้าสู่ธุรกิจยานยนต์ในปีค.ศ. 2002 จากการซื้อบริษัทรถยนต์ Tsinchuan Automobile เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บีวายดี ออโต้ โค (BYD Auto Co ) ในช่วงแรก ๆ ยังคงผลิตรถยนต์สันดาปหรือน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก และเมื่อ ปี 2008 ที่รัฐบาลจีนนั้น ได้มีการออกนโยบายผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นมา ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ บีวายดี (BYD) จึงได้เร่งผลักดัน และเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นมา ตั้งแต่แบบปลั๊กอินไฮบริด จนกระทั่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน และได้เลิกการผลิตรถยนต์สันดาปไปเมื่อปีที่ผ่านมา

จากนโยบายของจีนดังกล่าว และด้วยความโดดเด่นด้านแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตรถยนต์ EV จึงเป็นที่สนใจของมหาเศรษฐีนักลงทุนระดับโลกอย่าง “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ได้ลงทุนซื้อหุ้น BYD จำนวน 228 ล้านหุ้นด้วยเม็ดเงิน 232 ล้านดอลลาร์ หรือราคาประมาณหุ้นละ 1 ดอลลาร์เศษ และปัจจุบันหุ้นของ BYD พุ่งสูงถึงเกือบ 40 เท่าตัว หรือมีมูลค่ากว่า 300,000 ล้านบาท จึงไม่แปลกที่มีกระแสข่าว “บัฟเฟตต์” ทยอยขายหุ้นออกไปบางส่วนเมื่อต้นปี 2022 เพราะสามารถทำกำไรได้มหาศาล
จากนั้น BYD ก็ได้พัฒนาเทคโนโลยีมาเรื่อย ๆ และผลิตรถยนต์ EV รุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด สามารถเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศจีนด้วยจุดขายคุณภาพของแบตเตอรี่และราคาที่เอื้อมถึง จนทำให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท BYD แซงหน้า Tesla ของ “อีลอน มักส์” ในปี 2565

BYD เปิดโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมระยอง เมื่อ 8/8/65
และล่าสุด BYD รายงานข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น สรุปยอดขายรถยนต์ตลอดทั้งปี 2023 ทั่วโลก จำนวน 3,012,906 คัน โดยแบ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน (BEV) จำนวน 1,574,822 คัน และแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จำนวน 1,438,084 คัน ภาพรวมคือเติบโตขึ้น 62.3% จากปี 2022 และประสบความสำเร็จทำยอดขายได้ตามเป้า 3 ล้านคันที่ตั้งไว้ ปัจจุบัน BYD ขยายธุรกิจไปกว่า 400 เมือง ในกว่า 70 ประเทศ ครอบคลุม 6 ทวีป
สำหรับในประเทศไทย BYD ได้มีการเปิดตัวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ภายใต้การนำเข้า และจัดจำหน่ายของทาง RÊVER Automotive โดยมีการแต่งตั้ง บีวายดี เมโทรโมบิล (BYD Metromobile) เป็นหนึ่งในตัวแทนจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเริ่มจากสาขาพระราม 3 และตลิ่งชัน ตามลำดับ

BYD ก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยและทำยอดขายได้อย่างก้าวกระโดด ประเดิมด้วย ATTO 3 เป็นรุ่นแรก และทำยอดขายได้สูงสุด ตามด้วย รุ่น Dolphin และรุ่นที่ดังเปรี้ยงปร้างขายถล่มทลาย คือ รุ่น BYD SEAL ทำลายสถิติยอดจองสูงที่สุด 1,289 คันภายในคืนเดียว
จากการสรุปยอดขายโดยรวมในงาน มอเตอร์เอ็กซ์โปรล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่าน BYD แม้จะมียอดขายรั้งอยู่อันดับ 3 ด้วยยอดขายรวม 6,119 คัน รองจากโตโยต้า 7,245 คัน และฮอนด้า 6,149 คัน แต่ถ้าเทียบยอดขายในหมวดรถยนต์ไฟฟ้า EV แล้ว BYD ถือว่าครองแชมป์อันดับ 1
การที่ BYD มี “แบตเตอร์รี่” คุณภาพระดับพรีเมี่ยม อันเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า และราคาจับต้องได้ จึงไม่แปลกที่ BYD จะก้าวกระโดดในวงการรถยนต์ได้อย่างรวดเร็ว








