หน้าแรกข่าวล่าสุดกระทรวงวัฒนธรรม-ก.ศาสนา ร่วมพิธีอภิเษกสมรส พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและพระศิวะ

กระทรวงวัฒนธรรม-ก.ศาสนา ร่วมพิธีอภิเษกสมรส พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและพระศิวะ

-

กระทรวงวัฒนธรรม-ก.ศาสนา ร่วมพิธีอภิเษกสมรส พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและพระศิวะ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมพิธีอภิเษกสมรสพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและพระศิวะมหาเทพ สืบสานศรัทธาฮินดูในเทศกาลนวราตรี 2569

เมื่อ​วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมพิธีอภิเษกสมรสพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและพระศิวะมหาเทพ เนื่องในเทศกาลนวราตรี ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยสำนักพราหมณ์พระราชครู ในสำนักพระราชวัง และวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม) จัดขึ้น ณ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ในการนี้นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายพจนาถ ปัญญาศิลป์รองอธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมพิธี

สำหรับพิธีอภิเษกสมรสพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและพระศิวะมหาเทพ เป็นพิธีกรรมสำคัญซึ่งสะท้อนขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมการสมรสตามความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งจะมีการจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง จึงเป็นพิธีกรรมที่ได้รับความสนใจจากศาสนิกชนคู่รักที่เดินทางมาร่วมพิธีเพื่อสักการะรวมถึงขอพรด้านความรัก การครองคู่ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเป็นโอกาสสำคัญที่ศาสนิกชนจะได้ร่วมแสดงถึงความศรัทธาและสืบทอดประเพณีทางศาสนาที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีอภิเษกสมรสของพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี และพระศิวะมหาเทพ ของวัดพระศรีมหาอุมาเทวีนั้นจะประกอบพิธีโดยพราหมณ์จากเมืองมาดูไร ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีสมรสของเทพทั้งสององค์ตามตำนาน

การจัดพิธีในครั้งนี้เริ่มในเวลา 09.00 น. โดยประธานในพิธีและคณะผู้บริหารเดินทางถึงวัดพระศรีมหาอุมาเทวี จากนั้นคณะพราหมณ์นำประธานในพิธีเข้าสักการะองค์เทพภายในเทวสถาน เริ่มจากพระพิฆเนศ พระขันธกุมาร และพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ซึ่งเป็นองค์ประธาน ตลอดจนเทวรูปองค์อื่น ๆ พร้อมประกอบพิธีสวดมนต์ถวายเครื่องบูชาและอธิษฐานขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงพิธีอารตี ซึ่งเป็นการถวายแสงไฟแด่องค์เทพตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู แล้วจึงเริ่มขบวนแห่ขันหมาก โดยผู้ร่วมพิธีรับถาดขันหมากและเครื่องสักการะเพื่อจัดขบวน ประธานในพิธีร่วมขบวนแห่ขันหมากรอบเทวสถานก่อนเข้าสู่บริเวณประกอบพิธี เพื่อมอบสร้อยมงคลแก่พราหมณ์สำหรับใช้ประกอบพิธีถวายแด่พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและพระศิวะมหาเทพ

​ในเวลา 10.00 น. คณะพราหมณ์ประกอบพิธีโหมกูณฑ์ หรือพิธีบูชาไฟ ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญของศาสนาฮินดู โดยมีการนำเครื่องบูชาต่าง ๆ อาทิ ไม้ เครื่องหอม สมุนไพร ธัญพืช ดอกไม้ เนย น้ำผึ้ง ข้าว ขนม ผลไม้ อัญมณี พวงมาลัย และเครื่องแต่งกาย ถวายผ่านพระอัคนีตามคติความเชื่อ ก่อนประกอบพิธีอภิเษกสมรสระหว่างพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและพระศิวะมหาเทพ

ลำดับพิธีต่อมาคือการประกอบพิธีอภิเษกสมรสตามขนบธรรมเนียมที่สืบทอดกันมา โดยอุปโลกน์พราหมณ์ 2 ท่านเป็นองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและองค์พระศิวะมหาเทพ จากนั้นจึงมอบสร้อยมงคลให้แก่กัน และจูงมือเดินรอบกองไฟ 7 รอบ ตามคติพิธีสมรสที่ปรากฏในตำนาน ในลำดับสุดท้ายประธานในพิธีโปรยดอกไม้แสดงความยินดีเบื้องหน้าเทวรูป พร้อมร่วมพิธีไกวชิงช้าและอธิษฐานดอกไม้ เป็นอันเสร็จพิธี

​เทศกาลนวราตรี ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–22 ตุลาคม 2569 ณ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี โดยมีพิธีบูชาองค์เทพสำคัญตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในช่วงเช้า เริ่มในเวลา 09.30 น.และช่วงค่ำ เริ่มในเวลา 17.30 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและศาสนิกชนทุกศาสนาเข้าร่วมพิธีได้โดยไม่จำกัดเชื้อชาติหรือศาสนา เพื่อร่วมสัมผัสคุณค่าของประเพณีและวัฒนธรรม ตลอดจนเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อความศรัทธาของตนเอง

การจัดงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “เสน่ห์แห่งสีสัน เทศกาลแห่งศรัทธา” ซึ่งกรมการศาสนาส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ศาสนิกชนได้ปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อความศรัทธาของตนเอง พร้อมส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนา สร้างความเข้มแข็งให้สถาบันศาสนา และสนับสนุนให้ประชาชนต่างศาสนาและความเชื่อ เคารพในความแตกต่างแต่สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุขและสามัคคี

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...