หน้าแรกข่าวล่าสุดททท.คาดเทศกาลกินเจ ท่องเที่ยวคึก เงินรายได้สะพัด 10,140ล. กระตุ้นศก.ท้องถิ่น

ททท.คาดเทศกาลกินเจ ท่องเที่ยวคึก เงินรายได้สะพัด 10,140ล. กระตุ้นศก.ท้องถิ่น

-

ททท. คาดเทศกาลกินเจ 2569 ท่องเที่ยวไทยคึกคัก สร้างรายได้กว่า 10,140 ล้านบาท ชูพลังศรัทธา วัฒนธรรม และอาหารไทย กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เทศกาลกินเจปีนี้ ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประเพณีถือศีลกินเจอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี และสงขลา (หาดใหญ่)

ททท. คาดการณ์ว่า 10 จังหวัดสำคัญจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยกว่า 1.32 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 10,140 ล้านบาท แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 6,710 ล้านบาท และ 9 จังหวัดภาคใต้รวม 3,430 ล้านบาท โดยเฉพาะภูเก็ตที่คาดว่าจะสร้างรายได้ถึง 1,430 ล้านบาท

“ททท. มุ่งส่งเสริม เทศกาลกินเจให้เป็นการเดินทางที่เชื่อมโยง ศรัทธา วัฒนธรรม สุขภาพ และวิถีชีวิตของผู้คน เข้าด้วยกันอย่างงดงาม เป็นเสน่ห์ของประเทศไทยที่สามารถเปลี่ยนพลังศรัทธาให้กลายเป็นพลังเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย และชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม”

ที่น่าสนใจคือ เทศกาลกินเจกำลังขยายจากกลุ่มผู้ถือศีลตามประเพณีไปสู่คนรุ่นใหม่ ทั้งสายสุขภาพและสายมู ที่สนใจเดินทางไหว้พระ ขอพร สัมผัสวัฒนธรรม และค้นหาประสบการณ์อาหารท้องถิ่น โดยเฉพาะบรรยากาศเยาวราชและประเพณีถือศีลกินผักของภูเก็ต ซึ่งถือเป็นจุดขายด้าน Cultural Tourism ที่โดดเด่นของประเทศไทย

สำหรับปีนี้ แม้จะมีปัจจัยสนับสนุนจากวันหยุดราชการพิเศษและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วม ต้นทุนการเดินทาง และกำลังซื้อของประชาชนอย่างใกล้ชิด เพราะนักท่องเที่ยวอาจปรับพฤติกรรมมาเป็นการเดินทางระยะใกล้ ใช้เวลาท่องเที่ยวสั้นลง และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น

ททท. มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่านตรวจสอบเส้นทางและข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนออกเดินทาง วางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยง ขอให้พิจารณาปรับเปลี่ยนแผนหรือเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

“สิ่งที่ ททท. ให้ความสำคัญคือคุณค่าที่เกิดขึ้นจากทุกการเดินทาง” เราอยากเห็นเทศกาลกินเจเป็นโอกาสสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายเล็ก ร้านอาหาร ตลาด และชุมชน พร้อมรักษาอัตลักษณ์ประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ

เทศกาลกินเจจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด Value over Volume ที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนค่ะ

“เติม เจ ให้ใจได้ฮีล“ อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มสุข และให้อิ่มไปถึงเศรษฐกิจชุมชน กันนะคะ

#AmazingThailand #เทศกาลกินเจ2569 #ValueOverVolume #เติมเจให้ใจได้ฮีล

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...