หน้าแรกข่าวล่าสุดUNDP ปักธงภาคกิจโลก "หมอล็อต" นั่ง SDG STAR ชูนวัตกรรมความคิด

UNDP ปักธงภาคกิจโลก “หมอล็อต” นั่ง SDG STAR ชูนวัตกรรมความคิด

-

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP Thailand) เคลื่อนไหวเชิงรุกระดับยุทธศาสตร์ ยกระดับการแก้ปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก ด้วยการแต่งตั้ง หมอล็อต 

น.สพ. ภัทรพล มณีอ่อน ผู้อำนวยการส่วนจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รับบทบาท SDG STAR ประจำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 15: ชีวิตบนบก (Life on Land) เพื่อเร่งสปีดการปกป้อง ฟื้นฟู และยับยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของโลกอย่างเป็นรูปธรรม

​การก้าวมารับภารกิจระดับสากลในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการสร้าง “Paradigm Shift” (การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์) ครั้งใหญ่ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการนำนวัตกรรมความคิดมาใช้อย่างเร่งด่วน

“ดึงมนุษย์กลับมาเป็นองค์ประกอบหลักของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ” เปลี่ยนจากมุมมองเดิมที่เคยแยกมนุษย์ออกจากสิ่งแวดล้อม ให้กลายเป็นมนุษย์คือผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศให้รอดพ้นจากวิกฤตอย่างยั่งยืน

​ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้าน SDG 15 (Life on Land) โดยหมอล็อต กล่าวถึงความท้าทายเชิงรุกที่จะผลักดันเป็นอันดับแรก

“โดยวิกฤตธรรมชาติและสัตว์ป่าในปัจจุบันไม่ได้รอให้เราทำงานแบบตั้งรับอีกต่อไปครับ การแต่งตั้ง SDG STAR โดย UNDP ในครั้งนี้ คือหมุดหมายสำคัญที่เราต้องเปลี่ยนแนวทางจากการ ‘ตั้งรับ’ มาเป็น ‘การแก้ปัญหาเชิงนวัตกรรมแบบรุก’ (Proactive & Innovative Solutions)

​หัวใจหลักคือ ‘การดึงมนุษย์กลับมาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ’ ที่ผ่านมาเรามักมองว่ามนุษย์คือสาเหตุของปัญหา แต่แท้จริงแล้ว มนุษย์คือ ‘เครื่องมือเดียว’ ที่จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน เราต้องสร้างนวัตกรรมทางความคิดและนวัตกรรมสังคมที่ทำให้คน ชุมชน และสัตว์ป่า อาศัยอยู่ร่วมกันได้ในฐานะหุ้นส่วนของระบบนิเวศ”
​ในยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย SDG 15 จะถูกแปลงไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างไร
​
หมอล็อต กล่าวว่า “SDG 15 จะสำเร็จไม่ได้หากทำงานแยกส่วน สิ่งที่เราต้องทำเชิงรุกคือการใช้ #ช่องทางธรรมชาติ เป็นโมเดลการเรียนรู้ และยึดหลัก #SurvivalTogether เพื่อสร้างความร่วมมือแบบ multi-sectoral ทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชนท้องถิ่น และองค์กรระดับสากล เราจะนำเทคโนโลยีด้านสุขภาพสัตว์ป่า ระบบเฝ้าระวังโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonoses) และวิทยาศาสตร์พฤติกรรม มาบูรณาการเข้ากับวิถีชีวิตชุมชน เพื่อให้การอนุรักษ์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กันครับ”

Professional & SDG Impact Credit

​1. บทบาทภาครัฐและงานวิชาชีพเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Executive & Veterinary Specialist)
​ตำแหน่งบริหาร: ผู้อำนวยการส่วนจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

​ผู้นำนวัตกรรมการสัตวแพทย์สัตว์ป่า: ผู้บุกเบิกงานสัตวแพทย์สัตว์ป่าเชิงรุกของไทย วางระบบการจัดการสุขภาพสัตว์ป่า การควบคุมโรคระบาดข้ามสายพันธุ์ และการทำงานกู้ชีพสัตว์ป่าในพื้นที่ห่างไกล

​ผู้นำการบริหารจัดการความขัดแย้ง (Human-Wildlife Conflict Management): ผสานหลักวิทยาศาสตร์ พฤติกรรมวิทยา และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า สร้างโมเดลการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
​2. บทบาทการขับเคลื่อนสังคมและระดับสากล (Global SDG Champion & Social Leader)
​SDG STAR (Goal 15: Life on Land) – UNDP Thailand: ได้รับการคัดเลือกจากองค์กรระดับโลก (UNDP) ในฐานะผู้นำความคิดและตัวแทนขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน
​ผู้สร้างนวัตกรรมสื่อสารความยั่งยืน (Environmental Change Agent): ใช้ทักษะการสื่อสารสาธารณะระดับมืออาชีพ สร้างการรับรู้ ปรับเปลี่ยนค่านิยม และปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องสิ่งแวดล้อมผ่านแคมเปญ #ช่องทางธรรมชาติ และ #SurvivalTogether

​ตัวกลางเชื่อมโยงพันธมิตรทุกภาคส่วน (Multi-Stakeholder Bridge): ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างนโยบายระดับสากล นโยบายภาครัฐ ภาคเอกชน และการปฏิบัติจริงของชุมชนฐานราก เพื่อผลลัพธ์ความยั่งยืนที่จับต้องได้

​#SDG15 #LifeOnLand #UNDPThailand #SDG

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...