Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดยกระดับภูมิปัญญาจากลายจิตรกรรมฝาผนัง สู่สินค้าพรีเมียม ขานรับน่านเมืองสร้างสรรค์

ยกระดับภูมิปัญญาจากลายจิตรกรรมฝาผนัง สู่สินค้าพรีเมียม ขานรับน่านเมืองสร้างสรรค์

-

จังหวัดน่านได้ก้าวสู่การเป็น “เมืองสร้างสรรค์” อย่างเป็นรูปธรรม แผนงานและการขับเคลื่อนของสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน (อพท.น่าน) ที่มุ่งยกระดับ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” ให้กลายเป็น “คุณค่าทางเศรษฐกิจ” ผ่านแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “ความงามกินได้” ความงามที่ไม่ใช่เพียงชื่นชม แต่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน หัวใจสำคัญของการพัฒนา คือ การนำ “ความดั้งเดิม” มาผสานกับ “ความทันสมัย” โดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์ความเป็นน่าน

อพท.น่าน ได้ทำหน้าที่เป็น “ผู้บ่มเพาะ” และ “ตัวกลางเชื่อมโยง” ระหว่างกลุ่มช่างฝีมือ (สล่า) กับนักออกแบบรุ่นใหม่ และตลาดระดับบน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อยกระดับสินค้าให้เข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าที่สูงขึ้น หนึ่งในกลไกสำคัญ คือ การดึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่เข้ามาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยนำแนวคิดด้านดีไซน์ร่วมสมัยมาผสมผสานกับภูมิปัญญาเดิม ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ยังคงกลิ่นอายศิลปะน่าน แต่เพิ่มความร่วมสมัยและความหลากหลาย ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดพรีเมียมได้ดียิ่งขึ้น

หนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จ คือ “วิทธวัส ธงเงิน” ศิลปินชาวน่านที่เชี่ยวชาญงานจิตรกรรมฝาผนังสกุลช่างน่าน โดยเฉพาะภาพปู่ม่านย่าม่าน เอกลักษณ์ของวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน เป็นแรงบันดาลใจ มาสร้างสรรค์งานภาพวาดบนผืนผ้าใบ และ ตุ๊กตาดินปั้นจิ๋ว จนได้ต่อยอดพัฒนาสินค้าเป็นของที่ระลึก เช่น แก้วน้ำ เสื้อเชิ้ต ร่ม และสินค้าต่างๆ ผ่านลายเส้นที่คุ้นเคยบนเฟรมผ้าใบ ร่วมกับเทคโนโลยีและเทคนิคการผลิตสมัยใหม่ ทำให้ศิลปะดั้งเดิมสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ได้อย่างน่าสนใจ

“ผมเริ่มวาดภาพอย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และฝึกฝนต่อเนื่องมาแล้วกว่า 8-9 ปี จนเชี่ยวชาญงานบนเฟรมผ้าใบ ก่อนจะขยับมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา จากความต้องการให้งานศิลปะมีความหลากหลาย มีความเป็นสากลมากขึ้น และที่สำคัญคือผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้จริง ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลัก 3 กลุ่ม ได้แก่   งานเซรามิก ได้แก่ แก้วมัคและแก้วทรงกระบอกที่นำลายจิตรกรรมฝาผนังไปตกแต่ง  เสื้อฮาวายไหมอิตาลี

โดยนำลายจิตรกรรมฝาผนังไปพิมพ์ลงบนผ้าและตัดเย็บเป็นเสื้อเชิ้ต  และ  ร่มที่ผลิตจากเชียงใหม่ นำมาเพ้นท์ด้วยลายจิตรกรรมฝาผนังสกุลช่างน่านด้วยมือ  การเปิดตัวสินค้าครั้งแรกเกิดขึ้นที่งานท่องเที่ยวไทยและท่องเที่ยวนอก ครั้งที่ 7 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผลตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะเสื้อฮาวายไหมอิตาลีลายจิตรกรรมฝาผนังซึ่งกลายเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่ง จนสินค้าหมดเกลี้ยง ถือว่าประสบความสำเร็จในขั้นทดลองตลาดอย่างชัดเจน ต้องขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้กับผู้ประกอบการและศิลปิน เปิดโอกาสได้ยกระดับไอเดียและช่องทางการตลาด”

จากการเปิดตัวสินค้าครั้งแรก ต่อมาได้นำสินค้าออกจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ตามงานที่จังหวัดและหน่วยงานจัดขึ้น มียอดขาย ยอดสั่งซื้อ สิ่งที่ดึงดูดลูกค้าคือความแปลกใหม่และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครทำมาก่อน เพราะสินค้าส่วนใหญ่ในตลาดจะเป็นเสื้อยืดสกรีนธรรมดา แต่ผลิตภัณฑ์ของวิทธวัส ใช้วิธีพิมพ์ลายผ้าแล้วนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อเชิ้ตที่สวมใส่สบาย เนื้อผ้านุ่ม จนลูกค้าหลายรายกลับมาซื้อซ้ำและสามารถสั่งซื้อออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊คชื่อ ” Vittavas Thongngoen “ ได้ ปัจจุบันจำหน่ายสินค้าผ่านหลายช่องทาง ทั้งออฟไลน์ เช่น ตลาดกาดโฮ๊ะ ถนนคนเดินน่าน และฝากขายตามร้านค้าต่างๆ ในจังหวัดน่าน ส่วนช่องทางออนไลน์อยู่ระหว่างขั้นตอนการทำข้อตกลงและเงื่อนไขของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อนำสินค้าไปขึ้นลิสต์จำหน่ายบนตลาดออนไลน์ให้กว้างขึ้น

ความเป็นเมืองสร้างสรรค์ สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ที่รับรองโดยองค์การยูเนสโก  ถือเป็นการจุดประกายให้เชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับนวัตกรรม เทคโนโลยี และการตลาดสมัยใหม่ จนเกิดเป็นห่วงโซ่จากภูมิปัญญา สู่ “ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า” ของน่าน ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวตน แต่คือการ “ยกระดับตัวตน” ให้มีมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ที่มั่นคง และกระจายประโยชน์สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง พร้อมวางรากฐานให้น่านก้าวสู่เวทีสากลในฐานะเมืองสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างยั่งยืน

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ โค่นสวนยาง 40 ไร่ ปลูกทุเรียนกว่า 1,200 ต้น ริมเทือกเขาบรรทัด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ "นายสนิท องศารา" หรือ "ลุงหนิด" วัย 65 ปี ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่สู่เจ้าของสวนทุเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง "ลุงหนิด" วัย 65 ปี บอกว่า  หลังเกษียณอายุราชการ ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่เพื่อปลูกทุเรียน 4 สายพันธุ์...