Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดร้อนจัด “อ้อย” ผลิตคั้นน้ำ ราคาพุ่ง 5-7พัน / ตัน สร้างรายได้กว่า 1 หมื่นบาท / ไร่

ร้อนจัด “อ้อย” ผลิตคั้นน้ำ ราคาพุ่ง 5-7พัน / ตัน สร้างรายได้กว่า 1 หมื่นบาท / ไร่

-

อากาศร้อนจัด  “อ้อย” ผลิตคั้นน้ำ ราคาพุ่ง 5,000-7,000 บาท / ตัน สร้างรายได้กว่า 10,000 บาท / ไร่ อายุ 8 เดือนเก็บเกี่ยวได้ สวนทาง อ้อยทำน้ำตาล 1,000 บาทเศษ / ตัน ทางภาคใต้ปลูกรายย่อย การตลาดไปได้

เจ้าของไร่อ้อยขนาด 3 ไร่ หมู่ 11 บ้านควนล่อน ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด เปิดเผยว่า ปลูกอ้อยค้นน้ำจำนวน 3 ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 6 ตัน / ปี และการปลูกต้นทุนต่ำเพราะใส่ปุ๋ยคอกวัวที่ได้เลี้ยงวัวไว้รองรับจำนวนหนึ่งและการปลูกอ้อยดูแลไม่ยาก ซึ่งผลผลิตจะสมบูรณ์ประมาณ 1 ปี แต่จะจะสามารถตัดได้เพียง 8 เดือน

“อ้อยคั้นน้ำช่วงร้อนจะมียอดขายดี และโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญก็จะขายดี โดยเฉพาะเดือนรอมฎอนของชาวมุสลิมที่ผ่านมา จะขายได้ประมาณ 500 กก. / วัน แต่ตามปกติประมาณ 200 กก.  แต่ถึงอย่างไรจะมีรายได้ 200 -300 บาท / วัน ส่วนในช่วงฤดูฝนยอดขายจะไม่ดี แต่ถึงอย่างไรอ้อยก็ยังคงสภาพเดิมอยู่ในไร่ ไร่อ้อยคั้นน้ำไปได้”

เขายังกล่าวอีกว่า สำหรับราคาอ้อยเคลื่อนไหวจะอยู่ที่ 5-6-7 บาท / กก.ตามภาวะตลาด แต่โดยเฉลี่ยจะยืนราคาที่ 5 บาท / กก.  โดยเฉลี่ยอ้อยคั้นน้ำจะมีรายได้ประมาณ 10,000 บาท / ไร่

ผู้ปลูกอ้อยรายย่อยและค้าน้ำอ้อยคั้น น้ำอ้อยสด หมู่ 3 บ้านด่านโลด ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง กล่าวว่า ปลูกอ้อยคั้นน้ำเอาน้ำอ้อยขายกันสดซึ่งอ้อยที่ปลูกเพื่อคั้นน้ำอ้อยสดจะเป็นคนละสายพันธุ์กับอ้อยทางภาคอีสานและภาคอื่น ๆ ที่ปลูกเพื่อแปรรูปน้ำตาลทราย

และการปลูกอ้อยใน จ.พัทลุง เป็นรายปลีกย่อยตามพื้นที่ว่างแซมริมสวนยางสวนผลไม้หรือสวนผสมผสาน เพื่อผลิตอ้อยคั้นน้ำอ้อยสดขายเตามท้องถิ่น ตลาดสด ชุมชน บรรจุขวดละ 10 บาท แต่เป็นแก้ว 15 บาท – 25 บาท ซึ่งทำยอดขายได้ดีในช่วงฤดูร้อน

“การปลูกอ้อยในพื้นที่จะมีการปลูกที่ไม่มากจะมีบางหมู่บ้านบางตำบลเป็นรายย่อย ๆ และจะเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ที่ดี น้ำอ้อยได้รับความนิยมในการบริโภค”

ส่วนอ้อยทางภาคอีสาน ภาคเหนือ จะปลูกสายพันธุ์ที่ผลิตน้ำตาลทราย ซึ่งราคาก็มีความต่างกับอ้อยคั้นน้ำ โดยราคาประมาณกว่า 900 บาท – 1,000 บาท / ตัน ซึ่งราคาได้เคลื่อนไหวระดับนี้มาหลายปีจากเดิม ๆ ที่เคลื่อนไหวในราคา 1,200–1,300 บาท / ตัน  จนได้ชะลอการปลูกไปมาก

“ราคาอ้อยแปรรูปผลิตน้ำทตาลทรายที่ให้ชาวไร่อ้อยอยู่ได้ต้องราคาที่ 1,500 บาท / ตัน และ 1,400 บาท / ตัน”

เขาเล่าวว่า ชาวไร่อ้อยรายใหญ่สุดขณะนี้อยู่ทางภาคอีสานซึ่งประกอบอาชีพขนาด 40 -50 ไร่ 100 ไร่ และมากกว่านั้น โดยอ้อยจะให้ผลผลิตประมาณ 10 ตัน / ปี / ไร่ บางรายทำ 50 ไร่ 70 ไร่ 80 ไร่ มีผลผลิตบางรายประมาณ 1,000 ตัน และ 200-300 ตัน / ปี

“สำหรับตนที่ผ่านมาทำไร่อ้อยประมาณ 100 ไร่ แต่ตอนนี้ได้ชะลอไปปล่อยที่ให้เช่าเพราะสู้ไม่ไหวราคาระดับนี้ เช่น ลงทุน 80,000 บาท ขายอ้อยได้ 85,000 บาท ในขณะที่มีต้นค่ารถไถ ค่ารถเกี่ยว ค่ารถบรรทุก และค่าปุ๋ยกระสอบละกว่า 1,000 บาท ซึ่งต้องใช้ปุ๋ย 2 กระสอบ / ไร่ บางครั้งก็ขาดทุนเมื่อขายอ้อยออก และอ้อยกว่าจะตัดได้ประมาณ 12 เดือน”

ส่วนสิทธิรับคืนเงินเพิ่มของชาวไร่อ้อยที่ได้จากการขายอ้อยจากรัฐบาล เป็นเงินที่คืนให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย / ตัน แต่สำหรับรายเล็กรายย่อยจะไม่ได้เข้าถึง แต่เงินรับคืนจะตกอยู่กับรายใหญ่ 3,000 ตัน จนถึง 3 ล้านตัน

“ชาวไร่อ้อยในการเข้าโครงการรับคืนที่จะได้รับเงินคืนจากรัฐบาล จากที่รัฐบาลขายอ้อย ความจริงในการรับคืนที่รัฐบาลนำมาสนับสนุนชาวไร่อ้อย ควรจะดำเนินการเมื่อชาวไร่อ้อยส่งขายไปจำนวนเท่าใดก็จะควรได้คืนตามสิทธิที่ส่งขายอ้อยให้เกษตรกรมีรายได้ทุกไร่และทุกราย”.

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) และอุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) กล่าวว่า  คยปท.เป็นเครือข่ายเกษตรกรผสมผสาน และปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงเกษตรโคก หนอง นา

“อ้อยสำหรับทางภาคใต้จะปลูกเป็นรายย่อย ๆ เป็นสวนผสมผสานเพื่อผลิตคั้นน้ำขายน้ำอ้อยสดกันเอง ไม่ทำเป็นอุตสาหกรรมแปรรูป เพราะภาคใต้เป็นพื้นที่ฝนมากกว่าแล้ง จึงไม่เหมาะสมที่ปลูกอ้อยน้ำตาลทราย

แต่ภาคใต้จะปลูกมากยางพาราและปาล์มน้ำมันเป็นสัดส่วนที่สูงเป็นอันดับต้น แต่อ้อยจะหันไปปลูกทางภาคอีสานเป็นปลไร่ใหญ่ของประเทศ แต่อ้อยจะปลูกแทบทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“อ้อยสำหรับทำตาลทรายในความเป็นจริงราคาจะต้องเคลื่อนไหวในระดับ 1,500-1,800 บาท / ตัน เพราะน้ำตาลทรายขณะนี้ราคาค้าปลีกกว่า 28 – 30 บาท / กก.”

และอ้อยยังมีชิ้นส่วนของเหลือคือกากน้ำตาล ชานอ้อย ซึ่งนำไปแปรรูปใช้ประโยชน์อีกมากเช่นแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ราคาประมาณ 10 บาท / กก.

สำหรับชาวไร่อ้อยมี พรบ.อ้อยและน้ำตาลบริหารจัดการดูแลชาวไร่อ้อย ฯลฯ โดยมีสิทธิได้รับคืนหรือเงินเพิ่มเป็นเงินประมาณ 30 % จากการขายอ้อย / ปี แต่ทั้งนี้ชาวไร่อ้อยจะต้องจดทะเบียนเป็นสมาชิกที่เป็นทางการ

พรบ.อ้อยและน้ำตาลทราย บริหารจัดการในระบบไตรภาคีในการ เช่น ชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาลทราย และส่วนราชการ เป็นผู้ร่วมบริหารเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกส่วนและรักษาราคาให้เสถียรและชาวไร่อ้อยได้รับเงินคืนเพิ่ม 70 % และโรงงาน 30 % จากรัฐบาลจากการขายน้ำตาลทราย

“แต่ปรากฎว่าชาวไร่อ้อยที่ปลูกรายเล็กรายย่อยตามหัวไร่ปลายนา ตามริมสวน กลับถูกเพิกเฉยไม่ได้รับเงินคืนเพิ่มแต่อย่างใด ยกเว้นแต่เป็นรายขนาดใหญ่ ซึ่งชาวไร่อ้อยส่วนใหญ่ของประเทศ จึงเสียโอกาส ทั้งที่เป็นผู้รณรงค์เพื่อให้ได้ พรบ.อ้อยเพื่อบริหารจัดการเกษตรกรชาวไร่อ้อย อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ”

ทางเกษตรกรชาวไร่อ้อย จึงมีเคลื่อนไหว พรบ.อ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อดำเนินการปรับปรุงให้เกษตรกรได้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ทุกแปลงและทุกคนทั้งรายเล็กรายย่อยอย่างเท่าเทียม นอกจาก พรบ.อ้อยและน้ำตาลทราย

นายทศพล บอกอีกว่า รัฐบาลต้องมีมาตรการที่เข้มงวดในการป้องกันราบปรามอ้อยเถื่อนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยนำเข้าแล้วสวมรอยเป็นอ้อยไทยเพราะพื้นที่ชายแดนไทย ภาคอีสานต่างเป็นชายแดนที่เอื้อในการนำเข้าอ้อย เพราะพื้นที่ปลูกอ้อยจำนวนมาก

“อ้อยเถื่อนเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบทำต่อชาวชาวไร่อ้อย เพราะอ้อยต่างประเทศต้นทุนต่ำมาก จะต้องมีการเข้มงวดในการป้องกันปราบปรามอ้อยเถื่อน เพื่อให้ชาวไร่อ้อยอยู่ได้”.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...