Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดสงครามดันต้นทุนภาคเกษตรพุ่ง 'ปุ๋ย-น้ำมัน-ขนส่ง'แพงหลอนแผนเพาะปลูกนาปรัง

สงครามดันต้นทุนภาคเกษตรพุ่ง ‘ปุ๋ย-น้ำมัน-ขนส่ง’แพงหลอนแผนเพาะปลูกนาปรัง

-

“ชาวนา”  พัทลุง ยัน “สงครามตะวันออกกลาง” ไม่ขาดแคลนข้าว “สต๊อก” ชี้ ราคาพลังงานขยับดันนาข้าวต้นทุนพุ่ง “โลจิสติกส์ รถไถ รถบรรทุก รถเกี่ยวข้าว”กระทบ “ข้าวนาปรัง’ 69”   พัทลุงปรับตัวขึ้น 10 %  เผยข้าวพื้นเมืองเล็บนก-สังข์หยด รวมทั้งข้าวเมล็ดสั้น ราคาดียั่งยืน ตลาดต้องการปริมาณมากยังไม่พอบริโภค ทาภาคใต้ต้องนำเข้าจากภาคกลาง อีสาน เหนือ ขณะที่หอการค้าภาคใต้ แนะรัฐบาลเร่งแก้กฎหมายพลังงานรองรับความเสี่ยง “โซล่ารูฟ ,รถ EV, ชีวมวล,ปาล์ม อ้อย,มันสำปะหลัง” ทางเลือกทดแทนพลังงานแพง

นายประจวบ เกตุนิ่ม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าว ต.ควนขนุน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ข้าวนาปี จ.พัทลุง โดยในกลุ่มทำข้าวสังข์หยดและข้าวเล็บนก โดยข้าวเล็บนกผลผลิตผลผลิตหดตัวไปประมาณ 50 % เพราะเป็นนาลึกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่วนข้าวสังข์หยด เป็นข้าวนาดอนได้ผลผลิตเต็ม 100 %  โดยในกลุ่มทำนาประมาณ 600 ไร่

สำหรับราคาข้าวเล็บนกเริ่มแรก 11,500 บาท / ตัน ได้ปรับตัวลง 10,500 ตัน ส่วนข้าวสังข์หยด 14,500 บาท / ตัน ปรับตัวลง 13,500 บาท / ตัน โดยราคาข้าวสังข์หยด และเล็บกนกปี 2569 ราคาได้ปรับตัวดีขึ้นประมาณ 10 % เมื่อเทียบกับปี 2568

นายประจวบ กล่าวอีกว่า  สำหรับแนวโน้มในการทำนาน่ากังวลว่าต้นทุนจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากที่ราคาน้ำมันปรับตัวน้ำมันดีเซลจาก 31 บาท / ลิตรและหากแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีก อุปกรณ์การทำนา เช่น รถไถนา 2 ขั้นตอนขั้นตอนละ 800 บาท / ไร่ จะปรับเป็น 900 – 1,000 บาท / ไร่ รถเกี่ยวข้าว 500- 550 บาท / ไร่ จะปรับตัว 700 – 750 บาท / ไร่ และเกี่ยวกับราคาปุ๋ยที่จะบำรุงที่จะปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

“ส่วนสถานการณ์ข้าวจะเกิดขาดแคลนหรือไม่เมื่อสงครามจะมีขยายผลลากยาว ไม่น่างกังวลสำหรับในพื้นที่ทำนา เพราะชาวนาจะมีข้าวเก็บสต๊อกสำหรับตนเองได้สต๊อกไว้จำนวน 2 ตัน”

นายไพโรจน์  โรจนรัตน์  ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพัทลุง และเจ้าของโรงสีข้าวท่าโพธิ์ ค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ภาคใต้ จ.พัทลุง  เปิดเผยว่า  จากภาวะสงครามที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศตะวันออกจะมีแนวโน้มว่าราคาข้าว ราคาข้าวจะปรับตัวหรือไม่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับทิศทางว่าสงครามจะขยายผลระยะยาว และที่สำคัญข้าวจะขึ้นอยู่กับประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลกคือประเทศอินเดีย

“แต่ในขณะนี้ข้าวยังไม่มีการปรับตัวและข้าวสำหรับประเทศไทยมีปริมาณพอเพียงเลี้ยงคนได้ทั้งประเทศ”

นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า แต่แนวโน้มที่ราคาพลังงานจะมีการปรับตัวขึ้นจะส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตข้าวจะสูงขึ้น เพราะอุปกรณ์การทำนา เช่น  รถไถนา รถเกี่ยวข้าว โลจิสติกส์ระหว่างพื้นที่นากับโรงสีข้าว และระหว่างภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ  จะมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวราคาข้าวก็จะปรับตัวตาม

สำหรับข้าวนาปีในปี 2569 ราคาปรับตัวอยู่ในทิศทางที่ดีโดยเฉพาะพันธุ์ข้าวพื้นเมืองทั้งข้าวเล็บนก ข้าวสังข์หยด ข้าวเฉี้ยง ข้าวไรซ์เบอร์รี่  โดยข้าวสังข์หยดประมาณ 14,000 บาท / ตัน ส่วนข้าวขาว  ข้าวเมล็ดยาวราคา 6,200 – 6,300  บาท ส่วนข้าวเมล็ดสั้น 6,800 – 7,000 บาท / ตัน สำหรับข้าวมีทั้งประเภทข้าวนิ่มและข้าวแข็ง

“ข้าวนาปีทางกลุ่มโรงสีข้าว สามารถรับซื้อบางรายประมาณ 10,000 ตัน  4,000 ตัน  3,000  ตัน 2,000 ตัน / ฤดู”.

นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า  สำหรับการทำนาที่ราคาดียั่งยืนมาตลอดคือข้าวเมล็ดสั้นและข้าวพื้นเมือง ข้าวเล็บนก ข้าวเฉี้ยง ฯลฯ เป็นข้าวที่ได้ราคาดีมาตลอดและยั่งยืน และสำหรับภาคใต้มีความต้องการมาอย่างต่อเนื่องและยังมีปริมาณไม่พอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งยังขาดอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะข้าวเมล็ดสัตว์กลุ่มปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงไก่ ต้องการปริมาณมาก ซึ่งปัจจุบันทางภาคใต้ จะต้องนำเข้าข้าวเมล็ดสั้นมาจากภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือและค่อนข้างจะมีต้นที่สูงจากอัตราค่าขนส่ง.

แหล่งข่าวจกผู้แทนจำหน่ายปุ๋ย จ,สงขลา เปิดเผยว่า สำหรับปุ๋ยไม่น่ากังวลเท่าที่ควรประด้นที่จะเขาดแคลนแม่ปุ๋ยหรือหัวเชื้อ เพราะปัจุบันการเกษตรกรพัฒนาปรับปรุงหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพปริมาณมากขึ้นกว่าปุ๋ยเคมี เช่นปัจจุบันเกษตรกรได้หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพประมาณเพิ่มขึ้นถึง 70  %  ใช้ปุ๋ยเคมีประมาณ  30 % ซึ่งต้นทุนการใช้ปุ๋ยจะห่างกันมาก เช่น ใช้ปุ๋ยเคมี 1 กระสอบ ขนาด 50 กก. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพได้ 3 กระสอบ ขนาด 50 กก. ราคาปุ๋ยเคมีราคากว่า 1,000 บาท / กระสอบ ขณะที่ปุ๋ยอินทรีย์ราคา 400 – 500 – 600 บาท /  กระสอบ

“การใช่ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพได้ขายตัวเติบโตมา 4-5 ปี ปัจจัยสำคัญเพราะว่าดินจะดีแม้ว่าจะให้ผลผลิตจะช้าและปริมาณไม่เท่ากับปุ๋ยเคมี แต่ในส่วนปุ๋ยเคมีดินจะแข็งดินเสียในระยะไม่นานก็จะส่งผลกระทบ”

ทางด้าน นายกรกฎ เตติรานนท์ ประธานหอการค้าภาคใต้กลุ่มฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา) เปิดเผยว่า จากภาวะเกิดสงครามในประเทศตะวันออกลางศูนย์กลางพลังงานโลกทั้งน้ำมันและก๊าซที่ส่งออกทั่วโลกซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่พ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่รัฐบาลต้องรับมือ

“ราคาน้ำมันได้มีการปรับตัวและจะมีแนวโน้มปรับตัวต่อ เพื่อรองรับป้องกันวิกฤติ และตอนนี้ที่ได้รับผลกระทบแล้วคือโลจิสติกส์ สายการบิน ฯลฯ”

นายกรกฎ กล่าวว่า มีความเห็นว่าในการรองรับรัฐบาลจะดำเนินการได้คือต้องแก้ไขกฎหมายพลังงานเสรี โดยภาคเอกชนมีความที่จะเข้าไปลงทุนทั้งโครงการอุตสาหกรรมโซล่ารูฟ  ไฟฟ้าพลังงงานชีวมวล โรงไฟฟ้าขยะ และอุตสาหกรรมรถ (EV)

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) อุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์พลังงานจะต้องมีความพร้อมในการรองรับ สำหรับประเทศไทยมีทางเลือกทางรอดมากสามารถนำทรัพยากรบนดินมาใช้ได้นอกจากปาล์มน้ำมันแล้ว ที่สามารถแปรรูปเป็นพลังงานไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงน้ำมัน เช่น B20 B100

นั้นคืออ้อย และมันสำปะหลัง ที่แปรรูปเป็นเอทานอลพลังงานน้ำมันเบนซิน ก๊าซโซฮอลล์ ทั้งอ้อย มันสำปะหลังซึ่งเป็นเศรษฐกิจสำคัญของประเทศที่มีความพร้อมอยู่แล้ว และประการสำคัญสามารถจะสร้างเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับฐานรากได้ดีมากและยั่งยืน

“ปัจจุบันในส่วนได้มีการนำเข้ามาจากประเทศบราซิล ซึ่งปัจจุบันหากสงครามในประเทศตะวันออกกลางยืดเยื้อ ก็จะสามารถเอาวัตถุดิบที่ผลิตได้ภายในประเทศนำมาแปรรูปผลิตได้เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังเศรษฐกิจของไทย เป็นทางส่งเสริมทางรอดอีกทางหนึ่งของไทย และถือเป็นโอกาสอันสำคัญสูงสุดในขณะนี้” นายทศพล กล่าว.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...