หน้าแรกข่าวล่าสุดปลูกไม่ง้อน้ำ 'แตงโมลุงอิ้ง'อาศัยเพียงน้ำค้างธรรมชาติโกยหลักแสน/ปี

ปลูกไม่ง้อน้ำ ‘แตงโมลุงอิ้ง’อาศัยเพียงน้ำค้างธรรมชาติโกยหลักแสน/ปี

-

“ลุงอิ้ง” วัย 55 ปี เกษตรกรชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ปลูกแตงอาศัยเพียงน้ำค้างจากธรรมชาติ สลับกับปลูกมันเทศและข้าวโพดหมุนเวียนทั้งปี สร้างรายได้ปีละกว่าแสนบาท

นายอิ้ง รักสัตย์ หรือ ลุงอิ้ง อายุ 55 ปี ชาวตำบลสะเดา อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้ใช้เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษบริเวณข้างบ้าน ปลูกแตงโมพันธุ์กินรีและจินตหรา โดยไม่ต้องต่อระบบน้ำหยด หรือรดน้ำ แต่อาศัยเพียงน้ำค้างจากธรรมชาติและความชื้นที่อยู่ในดินหล่อเลี้ยงต้นแตงโมเท่านั้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต สลับกับการปลูกมันเทศ และข้าวโพดหมุนเวียนตลอดทั้งปี เพื่อเป็นอาชีพและรายได้เสริมนอกจากการทำนา

ทั้งนี้ ในแต่ละปีลึงอิ้งมีรายได้จากการปลูกแตงโม มันเทศ และข้าวโพด ขายทั้งปลีกและส่งเฉลี่ยปีละกว่า 1 แสนบาท โดยเฉพาะแตงโมจะเลือกปลูกช่วงก่อนปลายปี เพื่อให้สามารถเก็บผลผลิตขายได้ทันช่วงเทศกาลปีใหม่ จะได้ราคาดีเฉลี่ยกิโลกรัมละ 15 บาท โดยแต่ละลูกก็จะมีน้ำหนักประมาณ 3 – 7 กิโลกรัม จะตกราคาลูกละ 45 – 100 บาท แต่ละรอบเฉพาะแตงโมจะมีรายได้เฉลี่ย 2 – 3 หมื่นบาท หรือตกปีกละกว่าแสนบาท

ลุงอิ้ง บอกว่า การปลูกแตงโมก็จะประสบปัญหาศัตรูพืชบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเราหมั่นดูแลรักษาเอาใจใส่ก็จะหาวิธีกำจัดได้หลายรูปแบบ อีกทั้งเรื่องน้ำก็ไม่ใช่ปัญหาหากเรารู้จักปรับตัวและหาวิธีแก้ไขปัญหา หรือการพึ่งพาธรรมชาติ

ทั้งนี้ หากใครอยากชิมแตงโมน้ำค้างของลุงอิ้ง สามารถซื้อได้ที่สวนตั้งอยู่ริมถนนสายนางรอง-ปะคำ เยื้องกับร้านเจริญไชยค้าเหล็ก ซึ่งลุงอิ้ง รับประกันว่ารสชาติหวาน กรอบ อร่อยถูกใจแน่นอน

โดย:สุรชัย พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...