หน้าแรกข่าวล่าสุดเที่ยวงานกาชาด 100 ปี ย้อนยุควันวาน ชวนนุ่งโจงห่มไทยมาช้อปสินค้า ดูบันเทิง

เที่ยวงานกาชาด 100 ปี ย้อนยุควันวาน ชวนนุ่งโจงห่มไทยมาช้อปสินค้า ดูบันเทิง

-

งานวันกาชาด 100ปี พุทธศักราช 2566  จัดขึ้นที่สวนลุมพินี ปีนี้จัดใหญ่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก เนื่องจากปีนี้มีกิจกรรมพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการจัดงานการชาดครบ100ปี นับว่าเป็นประวัติศาสตร์สำคัญการจัดงาน โดยมีกิจกรรมมหรสพรื่นเริงการกุศล ที่ทางสภากาชาดไทยร่วมงานกับหน่วยงานรัฐบาลเอกชนจัดขึ้นทุกปี โดยธีมงานจะเน้นรูปแบบย้อนวันวานวันกาชาดในอดีต ซึ่งงานกาชาดกำเนิดขึ้นครั้งแรก ที่ท้องสนามหลวงในปี2466 จากการรับประชาชนเป็นสมาชิกเสียค่าบำรุง 1บาทต่อปี เรื่อยมาจนถึงปี 2470

จากนั้นเติบโตสู่พระราชอุทยานสราญรมย์จวบจน ปี 2481 ได้ย้ายมาจัดที่สถานเสาวภา จนกระทั่งปี 2500 ได้มีการย้ายการจัดงานอีกครั้งที่สวนอัมพร ลานพระบรมรูปทรงม้า สนามเสือป่า จนถึงปี 2558-2561 ได้ย้ายมาจัดที่สวนลุมฯ กรุงเทพมหานครจนถึงปัจจุบัน จากนั้นได้ปรับรูปแบบงานกาชาดออนไลน์ตั้งแต่ 2565 เป็นต้นมา เรียกได้ว่า  งานกาชาดจัดที่ไหน เวลาใด สถานที่แห่งนั้นเปรียบเสมือนสถานที่แห่งการให้เสมอมา

ยิ่งปีนี้งานกาชาด100ปี ได้มีการเชิญชวนประชาชนที่มาเที่ยวชมงาน “นุ่งโจงห่มไทย” ในสไตล์ของตนเองเพื่อมาเที่ยวชมงาน ภายในงานจะมีให้เช่าชุดไทย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมย้อนวันวาน การแสดงตะกร้อลอดห่วง การแสดงเชิดสิงโต การแสดงกระบี่ กระบอง การแสดงมวยไทย ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการเปิดฟลอร์เต้นรำ กิจกรรมรำวงย้อนยุค การแสดงเปิดหมวกของเยาวชนคนดนตรี ที่ร่วมจิตอาสา แสดงดนตรีสลับหมุนเวียนกันไป

ที่สำคัญ ใครอยากหาสินค้าราคาถูก เสื้อผ้า ของกิน ของใช้มางานนี้ ได้ครบเครื่อง และที่ทุกคนลืมไม่ได้คือ การชิงโชครางวัล การจัดนิทรรศการของหน่วยงานต่าง การตรวจดวงพยากรณ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมและความบันเทิงต่างๆ ที่สำคัญปีนี้ขอความร่วมมือใช้ถุงผ้า แทนพลาสติก เพื่อลดปริมาณขยะ งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 8-18 ธันวาคมนี้ ที่สวนลุมพินี

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...