Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด"ลำไย" ตลาดจีนมีโอกาสสดใส ลุยปรับสู่แปลงใหญ่ ดัน 1 ท้องถิ่น 1 เกษตรมูลค่าสูง

“ลำไย” ตลาดจีนมีโอกาสสดใส ลุยปรับสู่แปลงใหญ่ ดัน 1 ท้องถิ่น 1 เกษตรมูลค่าสูง

-

เมื่อกล่าวถึงพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และมีพื้นที่ปลูกมากในจังหวัดลำพูน เชียงใหม่ คำตอบเดียวในใจนั่นคือ ลำไย อีกทั้งเป็นพืชที่ส่งออกได้ โดยเฉพาะประเทศจีน เนื่องจากชาวจีนมีความเชื่อว่าลำไยเป็นผลไม้มงคล ตรงกับคำในภาษาจีน หลงเหยียน ที่หมายถึง ตามังกร จึงทำให้ชาวจีนส่วนใหญ่นิยมรับประทาน ปัจจุบันลำไยไทย เผชิญความท้าทายในหลายรูปแบบ ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ

อย่างไรก็ตาม ลำไยของไทยยังมีโอกาสที่สดใสที่ตลาดจีน แต่โจทย์ที่สร้างความท้าทายให้กับลำไยไทยในตลาดจีนคือ เราจะครองการส่งออกอย่างไรให้ยั่งยืน สอดคล้องกับการขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 เกษตรมูลค่าสูง โดยกรมส่งเสริมการเกษตร วางแนวทางให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินงานเชิงรุก

นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาลำไยแปลงใหญ่สู่แปลงเกษตรมูลค่าสูง กรมส่งเสริมการเกษตร มีแนวทางให้แปลงวิเคราะห์และประเมินความเหมาะสมทางกายภาพและชีวภาพเพื่อวางแผนการผลิต ศึกษาสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยการเก็บตัวอย่างดินก่อนเริ่มฤดูกาลผลิตจากแปลงลำไย ที่อายุต้นไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อนำไปวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความต้องการธาตุอาหารของพืช เพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน ศึกษาสภาพความเหมาะสมของแหล่งน้ำที่ใช้ เพื่อประเมินระดับความต้องการน้ำ คุณภาพของน้ำที่ใช้ ตลอดจนวางแผนการใช้น้ำได้อย่างเพียงพอตลอดฤดูกาลผลิต รวมทั้งศึกษาสภาพแวดล้อม ระบบนิเวศ ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลผลิต มีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร และต้องมั่นใจว่าการพัฒนาศักยภาพสินค้าเป้าหมายจะไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อระบบนิเวศธรรมชาติ

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการผลิตลำไยคุณภาพเพื่อจำหน่ายแบบช่อสด ถ่ายทอดความรู้ โดยนำเทคโนโลยีการผลิตลำไยคุณภาพ มาเพิ่มสัดส่วนของผลผลิตจากลำไยเกรด A เป็นเกรด AA ส่งเสริมการใช้ศัตรูธรรมชาติ และชีวภัณฑ์ในการควบคุมกำจัดศัตรูพืช ทดแทนการใช้สารเคมี รวมถึงพัฒนางานวิจัยและพัฒนาสินค้าเกษตร เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตลำไยเกรด AA ในสัดส่วนที่สูงขึ้น เนื่องจากลำไยเกรด AA และเกรด A มีราคาแตกต่างอย่างชัดเจน รวมถึงพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ลำไย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ลำไยอบแห้ง ลำไยกระป๋อง ลำไยแช่แข็ง และเครื่องสำอาง

นายวีรศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีกทั้งยังมีการส่งเสริมงานวิจัยด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในห่วงโซ่การผลิตและห่วงโซ่โลจิสติกส์ เช่น กระบวนการกำจัดแมลงศัตรูพืช การคัดบรรจุ และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่า (Value added) ให้กับตัวสินค้าแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์และค่านิยมของลำไยที่มีคุณภาพและความสดใหม่ให้กับผู้บริโภค รวมถึงการรักษามาตรฐานด้านสุขอนามัยในกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพและความปลอดภัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเรื่องการตรวจพบแมลงศัตรูพืช (เพลี้ยแป้ง) และสารตกค้าง (ซัลเฟอร์)

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่ลำไยให้ผลผลิต คาดกันว่าปี 2567 นี้ ปริมาณผลผลิตจะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ตามการเพิ่มขึ้นของผลผลิตต่อเนื้อที่ให้ผล กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้นำ Model การกระจายผลผลิตลำไยในฤดูกาลมาเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานด้านการตลาดสินค้าเกษตร เพื่อกระจายผลผลิตสินค้าลำไย (ผลผลิตช่อสด) รวมถึงส่งเสริมการผลิตลำไยคุณภาพต่อไป.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...