หน้าแรกข่าวล่าสุดพลิกวิกฤต "ดราม่าสารพิษ" สู่ "อันซีนคลองห้วยขื่อ"รักษาผู้ว่าฯปราจีนบุรี…เปิปเมนูปลาโชว์ความมั่นใจ!

พลิกวิกฤต “ดราม่าสารพิษ” สู่ “อันซีนคลองห้วยขื่อ”รักษาผู้ว่าฯปราจีนบุรี…เปิปเมนูปลาโชว์ความมั่นใจ!

-

ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งความกังวลและข่าวลือเรื่องมลพิษที่พัดกระหน่ำไปทั่วผืนน้ำแห่งลุ่มแม่น้ำปราจีนบุรี เสียงสะท้อนแห่งความจริงใจและความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับปัญหาได้ถูกขับเคลื่อนขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อ ช่วงเย็นจรดค่ำวันที่ 2 พฤศจืกายน 2569 ที่ผ่านมา นายชนาธิป โคกมณี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นำทีมลงพื้นที่จัดเต็มเมนูปลาสดๆ เปิบโชว์ความปลอดภัยด้วยตนเอง เพื่อทลายกำแพงความกลัว คืนความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค พร้อมประกาศก้องว่าอำเภอประจันตคามไร้เงาโรงงานพิษ และมุ่งมั่นพลิกวิกฤตนี้ให้กลายเป็นโอกาสทองของชาวประมงพื้นบ้านผ่านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

จากรอยแผลแห่งมหาอุทกภัยในปี 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นมหันตภัยครั้งหนักหนาสาหัสที่สุดที่แผ่ขยายวงกว้างไปทั่วทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดปราจีนบุรี ปัญหาจากกระแสน้ำเน่าเสีย สารเคมี และกากขยะอุตสาหกรรม ได้สร้างความตื่นตระหนกและสร้างความกังวลใจให้แก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง

เมื่อโลกโซเชียลโหมกระหน่ำกระแสข่าวเกี่ยวกับคุณภาพน้ำและสารปนเปื้อนในสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคจึงเกิดความหวาดระแวงและขาดความมั่นใจ จนทำให้ประชาชนบางส่วนตัดสินใจงดบริโภคปลาชั่วคราว วิกฤตศรัทธานี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านหาปลามาจำหน่ายได้ยากลำบากยิ่งขึ้น หรือจำต้องยอมจำหน่ายในราคาที่ตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย

ทว่า ท่ามกลางพายุแห่งกระสดราม่า ทางด้าน นายธวัชชัย พรหมจันทร์ รองประธานสภาเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลุกขึ้นมาสะท้อนข้อเท็จจริงอันงดงามที่ถูกซ่อนเร้น โดยเปิดเผยถึง “คลองห้วยขื่อ” แหล่งน้ำธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่เปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามซึ่งซุกซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบเหนือ  หมู่บ้านเกาะยาง ตำบลโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม

คลองสายนี้มีความโดดเด่นเฉพาะตัว เป็นลำคลองธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีความกว้างเกือบ 20 เมตร และยาวเกือบ 10 กิโลเมตร มีสายน้ำหล่อเลี้ยงใสสะอาดและไหลรินตลอดทั้งปีไม่เคยเหือดแห้ง ที่สำคัญ คลองห้วยขื่อเปรียบเสมือนต้นน้ำแห่งมรดกโลก โดยเป็นจุดรับน้ำที่ไหลมาจากประตูดาล , ขอนขว้าง ซึ่งรับกระแสน้ำบริสุทธิ์ที่มาจากน้ำตกชื่อดังบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อาทิ น้ำตกตระคร้อ น้ำตกธารทิพย์ น้ำตกสาวน้อย และน้ำตกเหวอีอ่ำ

ยิ่งไปกว่านั้น อำเภอประจันตคามยังปราศจากเงาของโรงงานอุตสาหกรรมประเภท 105 และ 106 แม้แต่โรงเดียว สองฝั่งคลองจึงรายล้อมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เป็นบ้านอันอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าขนาดเล็ก และเป็นแหล่งรวมพันธุ์ปลาน้ำจืดที่ชุกชุมสมบูรณ์ที่สุด

เพื่อปัดเป่าความกังวลและสร้างขวัญกำลังใจแก่ชุมชน เมื่อช่วงเย็นจรดค่ำวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ณ ศาลากลางบ้านและศาลปู่-ศาลตา ประจำหมู่บ้านเกาะยาง (ซึ่งตั้งอยู่ติดกับถนนสายสุวรรณศร ประจันตคาม–กบินทร์บุรี หรือทางหลวงหมายเลข 33) หมู่ 9 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม  จ.ปราจีนบุรี   จึงได้มีการจัดกิจกรรม “ชวนกินปลา” ขึ้นเป็นครั้งแรกอย่างอบอุ่น

ภายในงานอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารพื้นบ้านขนานแท้ ฝีมือพี่น้องชาวบ้านในชุมชนที่ตั้งใจรังสรรค์เมนูเด็ดมาต้อนรับ ไม่ว่าจะเป็นปลาเผาร้อนๆ ปลาย่างหอมกรุ่น ปลาทอดกรอบเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด และแกงส้มหน่อไม้ไผ่ตงประจันตคามรสจัดจ้านกลมกล่อม

บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีบุคคลสำคัญมาร่วมโต๊ะอาหารกันอย่างคับคั่ง นำโดย นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.เขต 1 ปราจีนบุรี, นายอำเภอประจันตคาม, หัวหน้าส่วนราชการ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, ประธานหอการค้า, ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากฝ่ายสาธารณสุข ประมง และปศุสัตว์

อีกหนึ่งภาพจำที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงานอย่างยิ่ง คือเมื่อ นายชนาธิป โคกมณี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้เดินทางมาร่วมพบปะพูดคุยและเดินชมการประกอบอาหารของชาวบ้านด้วยรอยยิ้มและบรรยากาศที่เป็นกันเอง ระหว่างงาน มีชาวบ้านนำปลาสดๆ ที่เพิ่งหาได้จากคลองห้วยขื่อมาวางจำหน่าย ท่านรองผู้ว่าฯ จึงได้ตัดสินใจเหมาซื้อปลาทั้งหมดไว้ทันที เพื่อช่วยอุดหนุนผลผลิตและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านที่กำลังเผชิญมรสุมชีวิต

พร้อมกันนี้ นายชนาธิปได้ฝากนโยบายและแนวทางอันเด็ดขาดไว้ว่า “การสร้างความเชื่อมั่นต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ หากผลตรวจพบความเสี่ยงสูง เราจะสั่งระงับทันที แต่หากปลอดภัย เราต้องกล้าออกมายืนยัน เพื่อพยุงเศรษฐกิจชุมชนและรักษาลมหายใจของอาชีพประมงพื้นบ้านให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน”

ในช่วงท้าย นายธวัชชัย พรหมจันทร์ และตัวแทนชาวบ้านเกาะยาง ได้กล่าวสรุปเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า ขอให้ผู้บริโภคทุกท่านช่วยกันพินิจพิเคราะห์และแยกแยะข้อเท็จจริงของแต่ละพื้นที่ อย่าเหมารวมว่าทุกพื้นที่ในจังหวัดปราจีนบุรีจะต้องประสบชะตากรรมเดียวกันทั้งหมด

พร้อมกันนี้ ทางชุมชนขอเปิดตัวการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างเต็มรูปแบบ โดยกล่าวเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชม ชิม และช็อปสินค้าประมงพื้นบ้านสดๆ จากมือชาวบ้านโดยตรงที่ “คลองห้วยขื่อ” ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่เปรียบดั่งธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ซึ่งพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความจริงใจ

###มานิตย์  สนับบุญ  – ข่าว /ณัฐนันท์ – ภาพ / ปราจีนบุรี###

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“บุนยามีน มีเต๊ะ”เกษตรกรต้นแบบเลี้ยง “ผึ้งชันโรง”สร้างรายได้-เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นสุไหงโก-ลก

บุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ...