หน้าแรกข่าวล่าสุดจุฬาฯจับมือ สพฐ. ยกระดับตรวจระบบวุฒิการศึกษา เน้นรวดเร็ว-ถูกต้อง

จุฬาฯจับมือ สพฐ. ยกระดับตรวจระบบวุฒิการศึกษา เน้นรวดเร็ว-ถูกต้อง

-

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผนึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พัฒนาระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลวุฒิการศึกษาระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับฐานข้อมูลภาครัฐได้สำเร็จเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ทำให้การตรวจสอบวุฒิการศึกษาของนิสิตใหม่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติก่อนวันลงทะเบียนแรกเข้า เปลี่ยนจากการตรวจเอกสารทีละราย เป็นการตรวจสอบอัตโนมัติด้วยเลขประจำตัวประชาชน ลดขั้นตอนการยื่นเอกสาร นำร่องใช้ในปีการศึกษา 2569 พร้อมเดินหน้าขยายผลสู่สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานการทะเบียน และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการเชื่อมโยงข้อมูลและตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษา เมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569 ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ เพื่อส่งเสริมและบูรณาการระบบฐานข้อมูลประวัติและคุณวุฒิการศึกษาของนักเรียนในสังกัด สพฐ. เข้ากับระบบสารสนเทศของสำนักงานการทะเบียน จุฬาฯ ยกระดับการตรวจสอบวุฒิการศึกษาสู่ระบบอัตโนมัติด้วยเลขประจำตัวประชาชน เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และลดภาระการจัดเตรียมเอกสารของนิสิตใหม่ นับเป็นความสำเร็จในการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลวุฒิการศึกษาระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับฐานข้อมูลภาครัฐแห่งแรกของประเทศ

พิธีลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวต้อนรับและแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการพัฒนาระบบข้อมูลทางการศึกษาและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษา โดยมีนายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ศ.ดร.มานะ ศรียุทธศักดิ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการทะเบียน จุฬาฯ กล่าวถึงความร่วมมือและแนวทางการบูรณาการฐานข้อมูลการศึกษา จากนั้น ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ และนายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน

ความร่วมมือดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบข้อมูลการศึกษาของประเทศไทย การพัฒนาระบบเชื่อมต่อข้อมูลวุฒิการศึกษาระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับฐานข้อมูลภาครัฐได้สำเร็จ ผ่านการเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลกลางการประเมินผลการเรียนดิจิทัล (GPA OBEC) ของ สพฐ. ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลต้นทางที่โรงเรียนทั่วประเทศรายงานและผ่านการรับรองแล้ว

ในปีการศึกษา 2569 ระบบดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงและตรวจสอบข้อมูลนิสิตจุฬาฯ ผู้สำเร็จการศึกษาได้แล้วจำนวน 4,342 คน คิดเป็นร้อยละ 53.2 ของนิสิตไทยที่เข้าศึกษาในปีการศึกษาดังกล่าว สะท้อนถึงศักยภาพของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลการศึกษา ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการตรวจสอบเอกสาร และสร้างความสะดวกแก่ผู้เรียนตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย

ที่ผ่านมา การตรวจสอบวุฒิการศึกษาของนิสิตเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ระยะเวลาและดำเนินการหลายขั้นตอน โดยนิสิตจะต้องกรอกข้อมูลวันที่สำเร็จการศึกษา เลขชุดที่และเลขที่ของเอกสารวุฒิการศึกษา พร้อมอัปโหลดสำเนาเอกสารเข้าสู่ระบบลงทะเบียนแรกเข้า จากนั้นเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยต้องตรวจสอบความถูกต้องเป็นรายบุคคล ซึ่งอาจเกิดข้อผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลด้วยตนเอง นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังต้องจัดส่งข้อมูลไปยังโรงเรียนต้นสังกัดของนิสิตแต่ละรายเพื่อขอการยืนยันคุณวุฒิการศึกษา รวมถึงติดตามผลในกรณีที่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ ทำให้เกิดภาระงานทั้งในส่วนของมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาเดิมของนิสิต

ระบบตรวจสอบวุฒิการศึกษาอัตโนมัติที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ สพฐ. พัฒนาขึ้น จึงเข้ามาช่วยแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว โดยใช้เลขประจำตัวประชาชนของนิสิตในการสืบค้นข้อมูลผู้สำเร็จการศึกษาจากระบบ GPA OBEC ของ สพฐ. และดึงข้อมูลวุฒิการศึกษาที่ผ่านการรับรองแล้วเข้าสู่ระบบลงทะเบียนแรกเข้าของมหาวิทยาลัยโดยอัตโนมัติ เปรียบเสมือนการ “ยื่นบัตรประชาชนเพียงใบเดียว” เพื่อให้ระบบตรวจสอบข้อมูลวุฒิการศึกษาจากฐานข้อมูลต้นทาง โดยนิสิตไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลซ้ำหรืออัปโหลดสำเนาเอกสารวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมในกรณีที่ระบบสามารถตรวจพบข้อมูลได้

จุดเด่นสำคัญของระบบใหม่นี้คือการเปลี่ยนจากกระบวนการตรวจสอบเอกสารแบบเดิมที่ต้องดำเนินการเป็นรายบุคคล มาเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลโดยตรงระหว่างหน่วยงาน ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่ได้รับการรับรองแล้วโดยไม่จำเป็นต้องส่งหนังสือไปยังโรงเรียนต้นสังกัดเพื่อขอการยืนยันอีกครั้ง ช่วยลดระยะเวลาการดำเนินงาน เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล ลดข้อผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลด้วยตนเอง และลดความเสี่ยงจากการใช้เอกสารวุฒิการศึกษาปลอม

ระบบดังกล่าวยังสร้างประโยชน์โดยตรงแก่นิสิตใหม่และผู้ปกครอง โดยช่วยลดภาระการจัดเตรียมเอกสาร การเดินทางไปขอสำเนาเอกสารจากโรงเรียนเดิม และขั้นตอนการยื่นหลักฐานประกอบการลงทะเบียนแรกเข้า ทำให้การเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยและโรงเรียนต้นสังกัดในการตรวจสอบและรับรองวุฒิการศึกษา ลดขั้นตอนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนลดการใช้กระดาษและทรัพยากรในการจัดทำเอกสาร สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับ สพฐ. ยังเป็นต้นแบบของการบูรณาการฐานข้อมูลทางการศึกษาระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสถาบันอุดมศึกษา โดยนำข้อมูลที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานต้นทางมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความซ้ำซ้อนของการจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูล พร้อมสนับสนุนการพัฒนาระบบสารสนเทศทางการศึกษาที่มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป สำนักงานการทะเบียน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการขยายความครอบคลุมของระบบเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้สามารถตรวจสอบวุฒิการศึกษาของนิสิตใหม่ได้มากยิ่งขึ้นในปีการศึกษาถัดไป พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการพัฒนาระบบแก่สถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สนใจ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลวุฒิการศึกษากับฐานข้อมูลภาครัฐ และขยายประโยชน์ให้ครอบคลุมระบบอุดมศึกษาของประเทศในอนาคต

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...