หน้าแรกข่าวล่าสุดน้ำท่วมพ่นพิษ! ผักสดแพงหูฉี่เฉลี่ย 135 บาท/กก. กสิกรไทยคาดสาหัสยาวถึงสิ้นตุลาคมนี้

น้ำท่วมพ่นพิษ! ผักสดแพงหูฉี่เฉลี่ย 135 บาท/กก. กสิกรไทยคาดสาหัสยาวถึงสิ้นตุลาคมนี้

-

ศูนย์จัยกสิกรไทยคาดราคาผักสดจ่อคลี่คลายช่วงปลายปี 2569 หลังผ่านพ้นน้ำท่วมและเทศกาลกินเจ ประเมินราคาดิ่งลงแตะ 60 บาท/กก.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยรายงานสถานการณ์ราคาผักสดในประเทศไทย หลังเผชิญมรสุมวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ ส่งผลให้ราคาผักสดในกลุ่ม TOP 5 ประกอบด้วย ผักชี โหระพา ผักบุ้งจีน คะน้า และกวางตุ้ง พุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 3.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ เนื่องจากพื้นที่ปลูกผักสำคัญในภาคกลางและภาคตะวันตกได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ปริมาณผลผลิตหายไปจากตลาด

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาผักสดทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว มาจากผลกระทบในห่วงโซ่อุปทานรอบด้านประกอบกับแรงหนุนด้านอุปสงค์ในช่วงเทศกาลกินเจ โดยด้านอุปทานประสบปัญหาหนักจาก 3. แหล่งปลูกผักขนาดใหญ่ในภาคกลางและภาคตะวันตก ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 55% ถึง 70% ของประเทศถูกน้ำท่วมขังเสียหาย 2. ค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้นตามสภาพเส้นทาง 3. ต้นทุนของเสียเพิ่มขึ้น และ 4. ต้นทุนสารเคมีและยาปราบศัตรูพืชที่สูงขึ้น ประกอบกับความต้องการบริโภคผักที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงเทศกาลกินเจระหว่างวันที่ 10-18 ตุลาคม 2569 ยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์ตึงตัวท่ามกลางอุปทานที่มีจำกัด

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า สถานการณ์ราคาผักสดมีแนวโน้มทยอยปรับตัวลดลงในช่วงปลายปี หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายและสิ้นสุดเทศกาลกินเจ โดยในช่วงครึ่งหลังของเดือนตุลาคมนี้ ราคาจะเริ่มทยอยลดลงเนื่องจากมีผลผลิตรอบใหม่ทยอยออกสู่ตลาด และคาดว่าราคาผักสดในกลุ่ม TOP 5 จะปรับลดลงอย่างชัดเจนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมนี้ ลงมาอยู่ที่ระดับเฉลี่ยประมาณ 60 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมที่เคยพุ่งสูงถึงเฉลี่ย 135 บาทต่อกิโลกรัมในช่วงวิกฤตน้ำท่วมและเทศกาลกินเจที่ผ่านมา

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...