หน้าแรกข่าวล่าสุดเอกชนใต้ชงรัฐบาลเทงบขุดลอก "ทะเลสาบสงขลา"ตื้นเขินรับมวลน้ำทุกจังหวัดสกัดน้ำท่วมหาดใหญ่

เอกชนใต้ชงรัฐบาลเทงบขุดลอก “ทะเลสาบสงขลา”ตื้นเขินรับมวลน้ำทุกจังหวัดสกัดน้ำท่วมหาดใหญ่

-

กังวล “ทะเลสาบสงขลา” อ่างน้ำขนาดใหญ่ตื้นเขิน ผลกระทบหนักน้ำท่วมปี 68 ดินโคลนลงทับถมขนาดใหญ่ ภาคเอกชน “หาดใหญ่” เตรียมพร้อมรับมือ ระบุ ตั้งแต่ตุลาคม “หาดใหญ่” ภาคเอกชนเตรียมพร้อมรับมือ

นายกร สุริยพันธุ์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดสงขลาประธานสมาพันพันธ์ SME ไทย กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน เปิดเผยว่า น้ำท่วมกรุงเทพฯและหลายจังหวัดได้เกิดผลกระทบมากต่อความเชื่อมั่น ทั้งที่ความจริงก่อนหน้านั้น ภาครัฐ ก็น่ามีบทเรียนจากมหาอุทกภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ได้รับความเสียหนัก แต่ก็ไม่ได้ถอดบทเรียนนำไปใช้ในกรุงเทพฯ  ซึ่งน่าจะได้เตรียมความพร้อม

นายกร กล่าวว่า สำหรับหาดใหญ่สงขลา ในฐานะเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยว น้ำท่วมกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดก็ได้รับผลกระทบร่วมเพราะซัพพลายวัตถุดิบต่างอยู่ในกรุงเทพและส่วนกลาง

และในการป้องกันน้ำท่วมจะต้องสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะหาดใหญ่ ที่จะต้องขึ้นอยู่กับรูปธรรมที่ต้องเป็นโครงการเมกะโปรเจ๊กต์  เพราะขณะนี้ที่น่ากังวล คือทะเลสาบสงขลาที่ตื้นเขินมากเพราะคราวน้ำท่วมในปี 2568 ที่ได้นำดินโคลนเข้าไปถมสะสมที่ไม่ยังสามารถขุดลอกได้  จะรับน้ำได้ไม่มากที่มาจากทุกจังหวัดลงไปอยู่ในทะเลสาบสงขลา

นายกร กล่าวอีกว่า และน้ำท่วมที่ผ่านมาภาคเอกชนต่างได้ช่วยเหลือตัวเองก็ได้ฟื้นฟูและที่จะถึงมรสุมคือสัญญาณแจ้งเตือนให้รู้ก่อนล่วงหน้าสำคัญที่สุดในการช่วยเหลือ และตอนนี้ภาคเอกชนต่างให้ความเชื่อมั่นเครือข่ายภาคเอกชนแจ้งเตือนมากกว่า

“ตั้งแต่เดือนตุลาคมได้เตรียมความพร้อมลดระดับสต๊อกสินค้าและในส่วนธุรกิจการท่องเที่ยวนจากต่างประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ น่าจะมีความกังวลว่าเมื่อเข้ามาจะติดน้ำอีกหรือไม่  และไตรมาส 4 ตั้งแต่เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม แนวโน้มการค้าจะชะลอตัว”

นายกร กล่าวเพิ่มเติมว่า และมหาอุทกภัยหาดใหญ่สงขลา เมื่อปี 2568 ยังทำให้สถานะทางเศรษฐกิจ SME ยังอ่อนตัว เงินซอฟโลน กลุ่ม SME ยังเข้าไม่ถึงและยังมีภาระหนี้สินอยู่ รัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องมีซอฟโลนสนับสนุนช่วยเหลือ SME.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...