Google search engine
หน้าแรกสังคมโรงพยาบาลยะลา ผนึกกำลัง สสส. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว “Smart Hospital” ขับเคลื่อน Platform Social Telecare และ...

โรงพยาบาลยะลา ผนึกกำลัง สสส. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว “Smart Hospital” ขับเคลื่อน Platform Social Telecare และ PST AI ยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิ

-

โรงพยาบาลยะลา ผนึกกำลัง สสส. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว “Smart Hospital” ขับเคลื่อน Platform Social Telecare และ PST AI ยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิ ดูแลผู้ป่วยเปราะบางไร้รอยต่อ ดึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์บูรณาการร่วมกับ สอน.บัดดี้, HOSxP และ Amed Home ward ช่วยจับคู่สิทธิสวัสดิการภาครัฐกว่า 40 รายการแบบอัตโนมัติ ลดภาระงานเอกสาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ต.ค.)ที่จังหวัดยะลา โรงพยาบาลยะลาและเครือข่ายนักสังคมสงเคราะห์รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 11-12 ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและแถลงข่าวขับเคลื่อน “Smart Hospital” เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพและสังคม เปิดตัว Platform Social Telecare (PST) และ PST AI ร่วมกับ “สอน.บัดดี้, HOSxP และ Amed Home ward” ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลยะลา

สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้กรอบ “การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์พัฒนาระบบและกลไก Platform Social Telecare (PST) เพื่อการดูแลทางสังคมสำหรับผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน กับ สอน.บัดดี้ ในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ” มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศการดูแลทางสุขภาพและสังคมระดับปฐมภูมิที่ไร้รอยต่อ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์บูรณาการแพลตฟอร์มแพทย์ทางไกล เพื่อขจัดข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมสำหรับกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ

ศ.สค.ร.ระพีพรรณ คำหอม หัวหน้าโครงการฯ กล่าวถึงที่ของโครงการฯว่า เกิดขึ้นจากโจทย์สำคัญหน้างานที่นักสังคมสงเคราะห์และบุคลากรสาธารณสุขต้องเผชิญกับภาระงานเอกสารซ้ำซ้อน ขณะที่ผู้ป่วยเปราะบางจำนวนมากตกหล่นจากสิทธิสวัสดิการภาครัฐ เนื่องจากข้อมูลกระจัดกระจาย จึงได้พัฒนานวัตกรรมแพลตฟอร์มโซเชียลเทเลแคร์ (Social Telecare) และ พีเอสที เอไอ (PST AI) เชื่อมโยงกับ สอน.บัดดี้, HOSxP และ Amed Home ward โดยมี 3 เป้าหมายหลัก คือ อุดรอยรั่วสิทธิสวัสดิการ ด้วยการนำ AI มาช่วยจับคู่สิทธิสวัสดิการภาครัฐและกองทุนต่างๆ กว่า 40 รายการแบบอัตโนมัติ ผ่านระบบฐานข้อมูล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสิทธิทันท่วงที รวมถึงปลดล็อกภาระงานหน้างาน ด้วยการบูรณาการข้อมูลร่วมกับ HOSxP และระบบ สอน.บัดดี้ ช่วยลดเวลาทำเอกสารซ้ำซ้อน และแปลงข้อมูลความเดือดร้อนเป็นรหัสสากล (Clinical Social Work) และเชื่อมโยงการดูแลอย่างไร้รอยต่อ โดยมุ่งเน้นการจัดทำแผนการดูแลทางสังคม (Social Care Plan) ผ่านคลินิกสังคมสงเคราะห์เพื่อให้ครอบคลุมมิติสุขภาพและสังคม

สำหรับพิธีเปิดโครงการและแถลงข่าวในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงนิตยา ภูวนานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยะลา กล่าวต้อนรับ และ ศ.สค.ร.ระพีพรรณ คำหอม กล่าวรายงานความเป็นมา พร้อมด้วยการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “งานด้านสังคมสงเคราะห์ กับงานบริการสุขภาพ ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง” โดย นายแพทย์พรเพชร ปัญจปิยะกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการสาธารณสุข และการประชุมเชิงปฏิบัติการระบบ PST AI, HOSxP, A-MED Homeward และ Buddy-Care (สอน.บัดดี้) โดยคณะผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพลิกโฉมบริการสุขภาพดิจิทัลเชิงรุกภายใต้แนวคิด “โรคทางกาย รักษาหายได้ด้วยยาและหมอ… แต่สุขภาวะที่ยั่งยืนของคนไข้ ต้องดูแลด้วยปากท้องและสังคม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...