หน้าแรกข่าวล่าสุดครม.เคาะ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ รอบเพิ่ม รัฐช่วยจ่าย 60% เติมบัตรคนจน 700 บาท

ครม.เคาะ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ รอบเพิ่ม รัฐช่วยจ่าย 60% เติมบัตรคนจน 700 บาท

-

ครม.ไฟเขียววงเงินกว่า 4.26 หมื่นล้านบาท เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 700 บาท พร้อมต่อมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยประชาชนสู้ค่าครองชีพแพง

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบปรับลดกรอบวงเงินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เดิม พร้อมอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” วงเงินรวมไม่เกิน 42,690.6503 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง บรรเทาภาระค่าครองชีพ รักษากำลังซื้อ และประคองผู้ประกอบการรายย่อย ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ โครงการแบ่งออกเป็น 2 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มวงเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และการขยายโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพิ่มเติม

สำหรับ ผู้ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าและร้านค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดอีกคนละ 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อคน เฉพาะเดือนตุลาคม 2569

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)” จะดำเนินการเป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569 ครอบคลุมทั้งผู้ได้รับสิทธิเดิม และประชาชนที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 รวมถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 เดิมและผู้ลงทะเบียนใหม่

ภาครัฐจะร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดในสัดส่วน 60% ไม่เกินวันละ 200 บาท และรวมตลอดโครงการไม่เกินคนละ 1,000 บาท ประชาชนใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00–23.00 น. ส่วนการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00–21.00 น.

ประชาชนกลุ่มเป้าหมายต้องกดยืนยันสิทธิผ่านแอป “เป๋าตัง” ระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569 ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถยืนยันเข้าร่วมโครงการผ่านแอป “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569

รองโฆษกรัฐบาล ย้ำว่า มาตรการครั้งนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย รักษากำลังซื้อ และเสริมสภาพคล่องให้ประชาชน พร้อมประคองผู้ประกอบการรายย่อยให้เดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“บุนยามีน มีเต๊ะ”เกษตรกรต้นแบบเลี้ยง “ผึ้งชันโรง”สร้างรายได้-เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นสุไหงโก-ลก

บุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ...