Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดของแพงกัดกินกำลังซื้อ! ร้านค้าบุรีรัมย์ขอรัฐเพิ่มวงเงิน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’

ของแพงกัดกินกำลังซื้อ! ร้านค้าบุรีรัมย์ขอรัฐเพิ่มวงเงิน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’

-

เสียงจากตลาดบุรีรัมย์สะท้อนค่าครองชีพยังหนัก วัตถุดิบ–น้ำมัน–ของกินของใช้แพง หวังรัฐบาลเพิ่มวงเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ให้ช่วยได้จริงทั้งคนซื้อและร้านค้ารายย่อย

หลังมีแนวทางจากรัฐบาลที่จะขยายโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ออกไปอีกระยะ สร้างความหวังให้กับทั้งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนใน จ.บุรีรัมย์ ที่ต่างมองว่ามาตรการดังกล่าวช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ และกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้ารายย่อยมีเงินหมุนเวียนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากพื้นที่มองว่า หากรอบใหม่กำหนดวงเงินช่วยเหลือเพียงเดือนละ 500 บาท และดำเนินโครงการประมาณ 2 เดือน อาจยังไม่เพียงพอกับภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางราคาสินค้า วัตถุดิบ และน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง

ประชาชนและผู้ประกอบการบางส่วนจึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเป็นเดือนละ 1,000–3,000 บาท พร้อมขยายระยะเวลาโครงการต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อช่วยประคองกำลังซื้อในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ระบุว่า ที่ผ่านมาโครงการช่วยให้มีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เงินจากมาตรการไม่ได้ช่วยเฉพาะผู้ได้รับสิทธิเท่านั้น แต่ยังหมุนเวียนต่อไปถึงร้านค้า ตลาด และผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน

แต่สถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ค้าต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และราคาพลังงาน ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนยังมีข้อจำกัด หากรัฐบาลเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลา จะช่วยให้ประชาชนกล้าจับจ่ายสินค้าในชีวิตประจำวันมากขึ้น และช่วยต่อลมหายใจให้ร้านค้ารายเล็กมีรายได้อย่างต่อเนื่อง

เสียงจากชาวบุรีรัมย์จึงฝากถึงรัฐบาลให้พิจารณารายละเอียดของโครงการรอบใหม่ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่แท้จริง โดยเฉพาะ วงเงินและระยะเวลา เพื่อให้มาตรการไม่เพียงช่วยลดภาระประชาชนในระยะสั้น แต่ยังช่วยพยุงกำลังซื้อและประคองเศรษฐกิจฐานรากในช่วงปลายปีได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข่าว/ภาพ : สุรชัย พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์

.

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

5 ปีสู่ความสำเร็จ!สวนปาล์ม “ลุกมาน การียา”อดีตสมาชิกสภา ดูแลรักษาเอาใส่ใจดุจคนในครอบครัว

"ลุกมาน การียา"อดีตสมาชิกสภาจังหวัด เขต 3 ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเริ่มทำสวนปาล์มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี ก้าวสู่ความสำเร็จยั่งยืนจากแนวทางการทำสวนของเขาที่ ให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์ การกำหนดระยะปลูก การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ต้นปาล์มเจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สวนปาล์มแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเลขที่ 108 ถนนโต๊ะลือแบ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ปลูกประมาณ 60...