Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดศรีสะเกษเตรียมเปิด“อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร”ปลุกท่องเที่ยวหลังชายแดนไทย-กัมพูชาสงบ

ศรีสะเกษเตรียมเปิด“อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร”ปลุกท่องเที่ยวหลังชายแดนไทย-กัมพูชาสงบ

-

ศรีสะเกษ-คณะกรรมการ PAC เห็นชอบเตรียมเปิดท่องเที่ยว “อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร” หลังปิดชั่วคราวจากสถานการณ์ชายแดน พร้อมเร่งพัฒนา เขาสัตตะโสม ภูมะเขือ และพลาญหินแปดก้อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์คใหม่ของศรีสะเกษ ปลายปีนี้

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมโรงเรียนบ้านภูมิชรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จ่าเอก สมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร หรือ PAC ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 โดยมี นางจิตร อาจสัญจร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร พร้อมคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ประกอบด้วย หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมด้วย

โดยที่ประชุม มีแผนเตรียมความพร้อมเปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณ ผามออีแดง ซึ่งปิดมาตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. 2568 จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และต่อมาได้ปิดแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดเป็นการชั่วคราว เบื้องต้นที่ประชุม เห็นชอบในหลักการ หากสถานการณ์ชายแดนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อาจทดลองเปิดพื้นที่ให้ท่องเที่ยวประมาณช่วงเดือน ธ.ค. 2569 หรืออาจในช่วงเดือน ม.ค. 2570 โดยมติที่ประชุมเห็นชอบระยะแรกเตรียมการทดลองเปิดเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 08.30-15.30 น. พร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง

สำหรับระยะแรกมีแนวทางเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าชม ส่วนชาวต่างชาติจะพิจารณาตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ยังเตรียมพิจารณาพัฒนา เขาสัตตะโสม ภูมะเขือ และพลาญหินแปดก้อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมและศึกษาพื้นที่ชายแดน

อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวยังเป็นเพียงการเห็นชอบในหลักการ ยังไม่ใช่การประกาศเปิดแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ โดยอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารจะรวบรวมข้อมูลและรายละเอียด เสนอต่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ต่อกองกำลังสุรนารี และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาร่วมกัน ก่อนกำหนดแนวทางและประกาศเปิดพื้นที่อย่างเป็นทางการต่อไป.

เสนาะ วรรักษ์//รายงาน

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...