Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดหอภาพยนตร์ฯ จัด 55 ปี ลูกยอด หนังเรื่องแรก "กรุง ศรีวิไล"

หอภาพยนตร์ฯ จัด 55 ปี ลูกยอด หนังเรื่องแรก “กรุง ศรีวิไล”

-

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ชวนชม  ลูกยอด  (2514) ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ “กรุง ศรีวิไล” ได้รับบทพระเอกอย่างเต็มตัว เนื่องในโอกาสครบรอบ 55 ปีของภาพยนตร์ พร้อมเปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้ร่วมพูดคุยกับ กรุง ศรีวิไล ถึงเรื่องราวและความทรงจำจากภาพยนตร์เรื่องแรกในเส้นทางการแสดงของเขา ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ศาลาศีนิมา หอภาพยนตร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นโอกาสพิเศษที่ผู้ชมจะได้ชมภาพยนตร์ ลูกยอด  ซึ่งสูญหายจากวงการภาพยนตร์ไทยไปเป็นเวลานาน โดยกลุ่ม วัยหวานวันวาน ได้ค้นพบฟิล์มจำนวน 4 ม้วนเมื่อราว 6 ปีก่อน แม้จะอยู่ในสภาพเป็นกากฟิล์มที่เหลือจากการฉายกลางแปลงในภาคอีสานและขาดฉากเพลง แต่ก็นับเป็นฟิล์มฉบับเดียวที่หลงเหลือของภาพยนตร์ที่เป็นหมุดหมายสำคัญเรื่องนี้

เพื่อให้ “ลูกยอด” กลับมามีชีวิตบนจอภาพยนตร์อีกครั้ง กลุ่มวัยหวานวันวานได้แกะบทพากย์จากเรื่องย่อและจัดทำเสียงพากย์ประกอบใหม่ ทำให้ภาพยนตร์สามารถนำกลับมาฉายได้อีกครั้ง พร้อมทั้งมอบฟิล์มภาพยนตร์เรื่องนี้ให้หอภาพยนตร์นำไปอนุรักษ์และเผยแพร่แก่สาธารณชนสืบต่อไป รวมถึงมอบไฟล์ภาพยนตร์ฉบับพากย์เสียงใหม่ให้แก่หอภาพยนตร์ด้วย

“ลูกยอด” เป็นผลงานที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยและเส้นทางการแสดงของกรุง ศรีวิไล โดยภายหลังการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ มิตร ชัยบัญชา ในปี 2513 วงการภาพยนตร์ไทยเกิดภาวะขาดแคลนพระเอก จึงเกิดการผลักดันนักแสดงรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน และในปี 2514 มีพระเอกหน้าใหม่หลายคนก้าวขึ้นมาสู่แถวหน้าของวงการ หนึ่งในนั้นคือ “กรุง ศรีวิไล” ซึ่งก่อนหน้านี้เคยรับบทสมทบในภาพยนตร์บางเรื่อง ก่อนจะได้รับบทพระเอกเป็นครั้งแรกใน ลูกยอด

ภาพยนตร์เรื่องนี้ กรุง ศรีวิไล รับบทเป็นหนุ่มบ้านกร่างแห่งอยุธยา ผู้ต้องต่อสู้กับเหล่าคนชั่วเพื่อปกป้องครอบครัวและชุมชน โดยใช้ชื่อ “กรุง ศรีวิไล” ซึ่งเป็นชื่อของตัวละครเอกจากนวนิยายของ อรวรรณ (เลียว ศรีเสวก) มาเป็นชื่อในการแสดงแทนชื่อจริง “นที สุทินเผือก” และประกบคู่กับ เพชรา เชาวราษฎร์ นางเอกอันดับหนึ่งในยุคนั้น

ลูกยอด ถ่ายทำด้วยระบบฟิล์ม 16 มม. พากย์สด และมีฉากเพลงที่ถ่ายด้วยฟิล์ม 35 มม. ระบบเสียงในฟิล์มประกอบจำนวน 7 เพลง ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2514 และถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้กรุง ศรีวิไล เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ก่อนจะมีผลงานโดดเด่นตามมาอีกหลายเรื่อง อาทิ ชู้ (2515) ทอง (2516) ตัดเหลี่ยมเพชร (2518) พ่อไก่แจ้ (2519) และ ซุปเปอร์ลูกทุ่ง (2521) จนกลายเป็นพระเอกที่มีภาพลักษณ์ “มาดร้าย” อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำของแฟนหนังไทยมาจนถึงปัจจุบัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...