“ศุภจี” เป็นประธานการประชุม กวช. ไฟเขียวงบกองทุนวัฒนธรรมปี 2570 พร้อมรับทราบทิศทางวัฒนธรรมไทยยุค AI และแนวทางการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่สำคัญ
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ครั้งที่ 2/2569 ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม

นางศุภจี เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบและอนุมัติประมาณการรายจ่ายของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายในวงเงิน 79,440,800 บาท พร้อมอนุมัติหลักการให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจัดส่งประมาณการรายจ่ายดังกล่าวตามขั้นตอน เพื่อเสนอกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พิจารณาต่อไป โดยงบประมาณส่วนหนึ่งจะใช้ดำเนินงาน ในโครงการต่าง ๆ อาทิ การเสริมสร้างสุขภาพของศิลปินแห่งชาติ การจัดสวัสดิการในการดูแลศิลปินแห่งชาติในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นการดูแลให้ผู้ที่เป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้สามารถดำเนินงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเผยแพร่เกียรติคุณศิลปินแห่งชาติเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติประจำปี
การแสดงทางวัฒนธรรม การเผยแพร่ภูมิปัญญาของศิลปินแห่งชาติและผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นการอนุรักษ์และการสืบสานองค์ความรู้ และการสนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ เพื่อเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ของศิลปินแห่งชาติให้แก่ผู้ที่มีความรักและสนใจในด้านศิลปะและวัฒนธรรม สามารถนำไปต่อยอดทางด้านเศรษฐกิจและนำไปประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ และเพื่อใช้ในภารกิจส่งเสริม สนับสนุน ประกอบกับเผยแพร่งานศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนการดูแลสวัสดิการและเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม และผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม พร้อมแสดงความยินดีต่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2568 ทั้ง 12 ท่าน

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อกำหนดทิศทางวัฒนธรรมไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ครอบคลุม 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การปรับวิธีคิดและบทบาทของภาครัฐ การส่งเสริมบทบาทเด็กและเยาวชน การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วม และการใช้ประโยชน์จาก AI ควบคู่กับการปกป้องมรดกและคุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ยังร่วมกับเครือข่าย SEED Thailand พัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์วัฒนธรรมให้มีทักษะรู้เท่าทันสื่อ สามารถผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตลอดจนมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมในมิติทางวัฒนธรรม และเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในพื้นที่ พร้อมคัดเลือกและสนับสนุน 10 โครงการต้นแบบจากเครือข่ายเยาวชนทั่วประเทศ
“การขับเคลื่อนวัฒนธรรมไทยในยุค AI ต้องเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วม ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ ควบคู่กับการรักษาคุณค่าและอัตลักษณ์ของชาติ เพื่อให้วัฒนธรรมเป็นทั้งรากฐานของสังคมและพลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ” โดยเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อกำหนดทิศทางวัฒนธรรมไทยในยุค AI พร้อมติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนแผนแม่บทวัฒนธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 พ.ศ. 2566 – 2570 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมผลการดำเนินงานให้ครบทุกยุทธศาสตร์ รวมถึงการศึกษาปรับปรุงพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากลไกส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรม คุ้มครองผู้ปฏิบัติงานด้านวัฒนธรรม และยกระดับความร่วมมือทางวัฒนธรรมในระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม นางศุภจีกล่าว

.








