Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดพิจิตรร้อนระอุ! ดราม่าเรือยาว ‘ถ้วยพระราชทาน’ อัฒจันทร์ร้าง-คนเมินแห่บอยคอต

พิจิตรร้อนระอุ! ดราม่าเรือยาว ‘ถ้วยพระราชทาน’ อัฒจันทร์ร้าง-คนเมินแห่บอยคอต

-

ดราม่าข้ามคืน! ชาวพิจิตรเดือดจัด รุมต้านการเปลี่ยนขบวนเรือพยุหยาตราเป็นเรือพญานาค ชี้ไม่สมพระเกียรติถ้วยรางวัลใหญ่ ทำงานประเพณีเงียบเหงาเกินบรรยาย

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่บริเวณวัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร มีพิธีเปิดการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดพิจิตร ประจำปี 2569 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้โครงการส่งเสริมการจัดงานประเพณีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่คึกคัก แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรูปแบบการจัดงานในปีนี้อย่างกว้างขวาง

เวลา 08.30 น. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีคุณหญิงรัชนีวรรณ วัฒนชัย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม

ต่อมาเวลา 08.45 น. เรืออัญเชิญถ้วยพระราชทานและโล่พระราชทานเคลื่อนเข้าเทียบท่าน้ำหน้าปะรำพิธี ก่อนอัญเชิญขึ้นประดิษฐานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

จากนั้นประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะ พร้อมกล่าวถวายราชสดุดี โดยมีนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวรายงาน ก่อนประกาศเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

ภายหลังพิธีเปิด องคมนตรีและผู้ร่วมงานรับชมการแข่งขันคู่เปิดสนามรวม 4 คู่ เหล่าฝีพายชั้นนำจากทั่วประเทศต่างเร่งจังหวะพายประชันความเร็วและพละกำลังกลางลำน้ำน่าน ท่ามกลางเสียงเชียร์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสมนต์เสน่ห์ประเพณีเรือยาวเมืองชาละวัน

อย่างไรก็ตาม การจัดงานในปีนี้กลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมา โดยจังหวัดพิจิตรมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรเป็นผู้ดำเนินการ และมีการว่าจ้างผู้จัดงานเข้ามาบริหารการแข่งขัน รวมถึงเปลี่ยนทีมกรรมการและกติกาบางส่วน

ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก คือการยกเลิก “ขบวนเรือพยุหยาตราจำลอง” ซึ่งที่ผ่านมาเคยเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน และเปลี่ยนเป็นการใช้เรือหัวพญานาคแทน ทำให้กลุ่มผู้รักและหวงแหนวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นจำนวนหนึ่งออกมาแสดงความไม่พอใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของรูปแบบการจัดงานชิงถ้วยพระราชทาน

นอกจากนี้ ยังมีเสียงสะท้อนว่าการจัดงานปีนี้ขาดการมีส่วนร่วมและการบูรณาการจากภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ เมื่อเทียบกับรูปแบบเดิม ส่งผลให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ประชาชนบางส่วนไม่เข้าชมและไม่ร่วมเชียร์การแข่งขัน จนปรากฏภาพอัฒจันทร์หลายจุดมีผู้ชมบางตา ซึ่งกลายเป็นอีกภาพที่ถูกแชร์และวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์

ท่ามกลางศึกชิงเจ้าแห่งสายน้ำที่ยังคงความเข้มข้น ปีนี้จึงไม่ได้มีเพียงการประชันฝีพายเท่านั้น แต่ยังมีคำถามสำคัญตามมาว่า การปรับเปลี่ยนรูปแบบงานประเพณีเก่าแก่ของเมืองพิจิตร จะสามารถรักษารากเหง้า คุณค่าทางวัฒนธรรม และความศรัทธาของคนในพื้นที่ไว้ได้มากน้อยเพียงใด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...