หน้าแรกข่าวล่าสุดขนส่งทางเรือโตกระฉูด! เชียงแสนตู้สินค้าพุ่ง 165% กทท.กวาดรายได้ 1.26 หมื่นล้าน

ขนส่งทางเรือโตกระฉูด! เชียงแสนตู้สินค้าพุ่ง 165% กทท.กวาดรายได้ 1.26 หมื่นล้าน

-

กทท.เปิดผลงาน 9 เดือนปีงบ 2569 เรือเทียบท่ากว่า 1.15 หมื่นเที่ยว ตู้สินค้าทะลุ 9.06 ล้านทีอียู “แหลมฉบัง” โตต่อเนื่อง ดันกำไรสุทธิแตะ 5,397 ล้านบาท

ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนตุลาคม 2568–มิถุนายน 2569 ว่า มีเรือเทียบท่ารวม 11,591 เที่ยว เพิ่มขึ้น 2.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ปริมาณสินค้าผ่านท่าอยู่ที่ 97.61 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.44% และมีตู้สินค้าผ่านท่ารวม 9.06 ล้านทีอียู เพิ่มขึ้นถึง 6.63% ถือเป็นตัวเลขที่เติบโตโดดเด่นที่สุด สะท้อนทิศทางการขนส่งสินค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง

สำหรับ “ท่าเรือแหลมฉบัง” ยังคงเป็นกำลังหลักสำคัญของ กทท. โดยมีเรือเทียบท่า 8,190 เที่ยว เพิ่มขึ้น 3.32% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 83.62 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.56% และตู้สินค้าผ่านท่า 8.10 ล้านทีอียู เพิ่มขึ้น 7.39%

ส่วนท่าเรือกรุงเทพยังมีปริมาณการให้บริการเพิ่มขึ้น มีเรือผ่านท่า 3,401 เที่ยว เพิ่มขึ้น 1.43% และตู้สินค้าผ่านท่า 969,173 ทีอียู เพิ่มขึ้น 0.63% ขณะที่ปริมาณสินค้าผ่านท่าอยู่ที่ 13.99 ล้านตัน สะท้อนบทบาทของท่าเรือกรุงเทพในการรองรับและเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจใจกลางเมือง

ที่น่าจับตาคือการเติบโตของท่าเรือภูมิภาค โดยเฉพาะ “ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน” ที่ตัวเลขพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ปิดด่านพรมแดนของเมียนมา ประกอบกับข้อตกลงการขนส่งผลไม้ร่วมกับท่าเรือกวนเหล่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน

ส่งผลให้ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนมีตู้สินค้าผ่านท่าถึง 7,058 ทีอียู เพิ่มขึ้นถึง 165.59% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 195,000 ตัน เพิ่มขึ้น 36.55% และมีเรือผ่านท่า 2,750 เที่ยว เพิ่มขึ้น 10.04%

ขณะที่ท่าเรือระนองมีจำนวนเรือผ่านท่าเพิ่มขึ้นถึง 49% และตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 81.08% ส่วนท่าเรือเชียงของมีเรือผ่านท่าเพิ่มขึ้น 86.21% และปริมาณสินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 79.76%

จากการเติบโตดังกล่าว ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมของ กทท. ในช่วง 9 เดือน มีรายได้รวม 12,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.38% และมีกำไรสุทธิถึง 5,397 ล้านบาท

กทท. ระบุว่า จะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของการขนส่งในอนาคต ทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับสินค้าและตู้สินค้า ยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมขนส่งให้คล่องตัวมากขึ้น เพื่อเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...