Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดส่องวิถีชีวิต!คน"ในเตา"เข้าป่าเก็บ"ลูกชก"ผลไม้ป่าหายากแปรรูปขาย สร้างรายได้หลักแสน/ปี

ส่องวิถีชีวิต!คน”ในเตา”เข้าป่าเก็บ”ลูกชก”ผลไม้ป่าหายากแปรรูปขาย สร้างรายได้หลักแสน/ปี

-

ตรัง-ชาวบ้านต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เข้าป่าเก็บ “ลูกชก” ผลไม้ป่าหายากแปรรูปขาย สร้างรายได้หลักแสน/ปี สะท้อนความสมบูรณ์แห่งเทือกเขาบรรทัด
.
สำหรับต้นลูกชก มีลักษณะคล้ายต้นปาล์ม ชอบขึ้นตามแนวพื้นราบข้างภูเขาหิน มีลำต้นตรง โตเต็มที่จะมีขนาด ใหญ่ สูงประมาณ 20-25 เมตร ใบยาวประมาณ 2-3 เมตร คล้ายใบมะพร้าวแต่ใหญ่กว่า ก้านสามารถนำไปทำไม้กวาดได้ เนื้อของลูกชกจะหนึบหนับ แตกต่างจากลูกจาก โดยลูกจากจะนิ่มกว่า การแปรรูปนิยมนำเนื้อในมาทำของหวาน เช่น ลูกชกลอยแก้ว หรือเชื่อมในน้ำเชื่อม มีรสชาติหอม หวาน เหนียวนุ่ม หนึบ
.
โดยนายผอม สมาธิ อายุ 52 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งเป็นชาวบ้านเพียงครอบครัวเดียวที่ยังออกไปหาลูกชก ผลไม้ป่าหายาก เพื่อนำมาแปรรูปขาย โดยปกติแล้วจะต้องเข้าไปหาในป่าค่อนข้างลึก แต่โชคดีมีอยู่ต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก โดยสามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ไปไม่กี่นาทีก็ถึง โดยคุณลุงผอมเป็นคนปีนเอง ซึ่งต้นไม่สูงมากนัก แต่ผลดกมาก มีหลายทลาย

ทั้งนี้ ต้องทดสอบก่อนว่า ลูกชกอ่อนหรือสุก ไม่ต้องปีนขึ้นไปเก็บ เพราะต้นสูง แต่ใช้วิธียิงด้วยหนังสติ๊กให้ผลร่วงลงมา จากนั้นนำมาปาดดูเนื้อข้างในสีขาว โดยสังเกตได้ 2 วิธีคือ ถ้าบริเวณขอบสีเหลือง เหลืองเข้ม อยู่ในระยะที่อร่อย จะหนึบๆ แต่ถ้าขอบเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำ แสดงว่าเนื้อในสีขาวแก่ จะใช้ไม่ได้ หรือใช้วิธีใช้ไม้จิ้ม ถ้ายังจิ้มได้แสดงว่าผลยังอ่อนยังใช้ได้
.
ส่วนการปีน ก่อนปีนขึ้นไป จะต้องใช้วิธีผูกเชือกไว้กับตัว พกมีดขึ้นไปด้วย และนำตัวชักรอกขึ้นไปด้วย เพื่อนำไปตัดทลาย และให้ลูกหลานที่อยู่ด้านล่างช่วยกันดึงชักรอกทลายลงมาด้านล่างอย่างช้าๆ ป้องกันทลายซึ่งมีน้ำหนักมากตกสู่พื้นอย่างรวดเร็ว จะทำให้ผลลูกชกบอกช้ำ หรือแตก และมียางออกมาจะนำไปแปรรูปหรือกินไม่ได้ เพราะยางมีพิษ ทั้งนี้ คนที่ถูกพิษยางลูกชกจะมีอาการคันตามผิวหนัง
.
คุณลุงผอมบอกว่า ก่อนปีนขึ้นไป จะต้องบอกกล่าวขออนุญาตรุกขเทวดาอารักษ์ขาต้นไม้ก่อน เพื่อขออนุญาตและบอกกล่าว ขอให้ปลอดภัย จากนั้นเมื่อตัดได้ ก็ค่อยๆปล่อยให้ทลายลงสู่ด้านล่าง โดยมีลูกหลานคอยชักรอกให้ลงสู่พื้นอย่างช้าๆ จากนั้นต้องตัดออกทีละช่อๆ เพราะจะยกขึ้นรถไปทั้งทลายไม่ได้ เพราะน้ำหนักมากประมาณ 150 -200 กก. บางต้นที่สมบูรณ์ทลายหนักกว่า 300 กก.

จากนั้นก็นำไปตัดช่อออกเป็นท่อนๆ เพื่อนำไปต้มในถังน้ำมันขนาดใหญ่ ที่ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านดัดแปลงผ่าออกมาเป็นถังต้มขนาดใหญ่ได้ครั้งละนับร้อยกิโลกรัม ใช้ไม้ฟืน กะลามะพร้าว และช่อของลูกชกที่ต้มปลดลูกออกแล้ว สามารถวางหรือตากแดดให้แห้งนำมาทำเชื้อเพลิงได้ โดยไม่ทิ้งให้เสียเปล่า ส่วนเปลือกของลูกชก สามารถนำไปทำปุ๋ยหมักไว้ใส่ต้นไม้ได้ หากเป็นน้ำแรกใช้เวลาต้มนานประมาณ 1.30 ชั่วโมง แต่หากต้มถังที่ 2 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ลูกชกก็สุก เมื่อต้มสุกก็ตักขึ้น นำไปรดน้ำเย็นเพื่อไล่ยางออก ก่อนจะนำไปปาด แคะเอาแต่เฉพาะเมล็ดในสีขาว เพื่อนำไปแปรรูปขายได้  ซึ่งขั้นตอนการทำหลายขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากเลยทีเดียว
.
ลุงผอม บอกว่า ตนเองเพียงคนเดียวที่เข้าป่าหาลูกชกมาแปรรูปขาย โดยทำมานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งลูกชกขึ้นเองตามธรรมชาติในพื้นที่เขตเทือกเขาบรรทัด ซึ่งยังมีจำนวนมากเป็นผลไม้ป่ายาก ผลผลิตต่อต้นก็ประมาณ 6 ทลาย แต่ละทะลายหนักประมาณ 150-200 กิโลกรัม หรือหนักถึง 300 กิโลกรัมก็มี แต่ละทลายเมื่อนำไปต้มแล้วจะได้สารหรือเมล็ดในประมาณ 20-30  กิโลกรัมเท่านั้น พื้นที่ต.ในเตา เป็นป่าดิบชื้นสมบูรณ์ จึงยังมีต้นลูกชกทุกหมู่บ้าน โดยจะขึ้นอยู่ตามบริเวณเทือกเขา หรือริมลำธาร ริมป่า ริมสวน ซึ่งต้นติดลำธาร ติดลำห้วย ผลจะใหญ่กว่าเพราะได้น้ำอุดมสมบูรณ์ เพราะเป็นพืชที่ต้องการน้ำ โดยทั่วไปจะมีประมาณ 4-5 ทลาย
.
ลุงผอม เล่าอีกว่า ลักษณะต้นลูกชก อายุประมาณ 25 ปี  จึงจะให้ผลผลิตได้แค่ครั้งเดียวต่อต้น หลังจากนั้นจะออกแต่เฉพาะดอกจนกว่าจะตาย ดอกสามารถเก็บไปทำน้ำหวานได้แต่ในบริเวณพื้นที่ต.ในเตา ซึ่งติดเทือกเขาบรรทัดนั้น ฝนจะตกชุก เคยเก็บทำแล้ว แต่ไม่ค่อยหวาน จึงไม่เหมาะที่จะนำไปทำน้ำหวาน แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งจะหวานมาก โดยลูกชกจะทยอยเก็บผลผลิตได้ ตั้งแต่ประมาณเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป แต่จะไปหมดในเดือนประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน

ด้านนางสาวอารยา สมาธิ ลูกสาวลุงผอม บอกว่า เมื่อต้มสุกและล้างหลายๆน้ำ เพื่อเอายางออกแล้ว และต้องไม่ให้ถูกมือเพราะจะคัน จากนั้นนำไปปาดส่วนหัวทิ้งแล้วใช้ปลายช้อนงัดเอาแต่เฉพาะเมล็ดในสีขาวใส หรือชาวบ้านเรียกว่า “เมล็ดสาร” จากนั้นนำไปแช่น้ำ 1 คืน เพื่อเอาหน่อสีเหลืองๆที่อยู่ในเนื้อสีขาวออก จากนั้นจะต้องนำไปแช่น้ำต่ออีก 2 คืน แล้วเอาไปลวกในน้ำร้อน จึงจะสามารถทานผลสดหรือเอาไปแปรรูปได้ สามารถนำไปทำเป็นลูกชกเชื่อม ลูกชกลอยแก้ว รวมทั้งสามารถนำไปบวช และแกงส้มก็ได้ด้วย

ส่วนตลาด ขายทางออนไลน์  เช่น ทางเพจ  “มิ้ว อารยา”  สำหรับราคาขาย ขายส่งกก.ละ 120 บาท  ขายปลีกกก.ละ 150 บาท ที่ผ่านมาจะมีลูกค้าประจำมาซื้อถึงที่ นำไปขายตามแหล่งท่องเที่ยวชุมชนสำคัญๆ เช่น ตลาดใต้โหนด จ.พัทลุง และที่แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านคีรีวง แต่ละปีขายได้หลักแสน แต่ก็มีค่าใช้จ่ายเยอะ เช่น ค่าจ้างคนช่วยปีนเก็บวันละ 500 บาท/คน  มีค่าขนมาถึงบ้าน ค่าปาดเอาเมล็ดออก กก.ละ 20 บาท แต่ก็เป็นการกระจายรายได้ในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้องที่ช่วยกันทำ
.
สำหรับใครที่สนใจอยากสั่งลูกชก สามารถติดต่อได้ที่เบอร์  096-009-7036  หรือทางเฟสบุ๊ก “มิ้ว อารยา”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...