หน้าแรกข่าวล่าสุดทลายแก๊งมอดไม้ประดู่ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ ยึดของกลางเฉียดล้าน

ทลายแก๊งมอดไม้ประดู่ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ ยึดของกลางเฉียดล้าน

-

ปราจีนบุรี – กรมอุทยานฯ สนธิกำลัง ปทส.-กรมป่าไม้ ทลายรังมอดไม้ประดู่ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ ยึดของกลางเฉียดล้าน แฉลึกเชื่อมโยง ‘ทุนต่างชาติ’

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569    ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมอุทยานฯว่า เมื่อวานนี้( 28 สิงหาคม)    กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และกรมป่าไม้ แถลงผลการบูรณาการกำลังเข้าทลายขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามรายใหญ่ ในพื้นที่ป่าห้วยไม้แดง เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ตามนโยบายปราบปรามการลักลอบค้าไม้ผิดกฎหมายขั้นเด็ดขาดของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ซุ่มรวบคาตอ 3 ผู้ต้องหา กลุ่มนายทุนซิ่งหนีมืด การปฏิบัติการเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.30 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11, กองกำลังผาเมือง, ตร.บก.ปทส., ตชด.317 และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมพื้นที่หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่เกิดเหตุ 3 ราย ขณะที่กลุ่มนายทุนและนายหน้าคอยควบคุมการตัดไม้อาศัยความมืดขับรถหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล

สรุปรายการผู้ต้องหาและของกลางที่ตรวจยึด

• ผู้ต้องหา 3 ราย: นายชัยวัฒน์ (อายุ 50 ปี) คนขับรถบรรทุกติดเครน, นายศุภชัย (อายุ 31 ปี) ผู้ช่วยเรียงและมัดไม้ และนายพนม (อายุ 56 ปี) คนขับรถแทรกเตอร์ทำทาง

• ไม้ประดู่ท่อนหวงห้าม: จำนวน 8 ท่อน ปริมาตรรวม 13.39 ลูกบาศก์เมตร (ประเมินมูลค่าความเสียหายของรัฐ 468,650 บาท)

• ยานพาหนะ 4 คัน: รถบรรทุกติดเครน ISUZU สีขาว-ฟ้า, รถแทรกเตอร์การเกษตร, รถกระบะ Mitsubishi และรถยนต์อเนกประสงค์ Ford Everest

• อุปกรณ์กระทำผิด: เลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ และหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร่วมขบวนการที่อยู่ระหว่างหลบหนีอีก 2 ราย

แฉพฤติการณ์โยง ‘ทุนต่างชาติ’ ยกระดับอุดช่องว่างกฎหมาย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุว่า จากการสอบสวนขยายผลพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจนถึงกลุ่มนายทุนต่างชาติ หรือกลุ่มทุนจีนเทา ที่เข้ามาสั่งการและรับซื้อทรัพยากรธรรมชาติของไทย เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปทส. ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พร้อมเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มนายทุนผู้บงการมาลงโทษขั้นเด็ดขาด

นอกจากนี้ กรมป่าไม้ได้ยกระดับมาตรการเชิงรุกเพื่อปิดช่องว่างการสวมสิทธิ์ไม้ตามมาตรา 7 พร้อมสแกนพื้นที่ดินของรัฐ (คทช./ส.ป.ก.) หากพบการปล่อยปละละเลยให้ตัดไม้หวงห้ามจะพิจารณาเพิกถอนสิทธิ์ทำกินทันที และเตรียมประสานกรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดบริเวณด่านส่งออกเพื่อตัดวงจรการค้าไม้ข้ามชาติอย่างถาวร

###รายงานข่าวโดย: มานิตย์ สนับบุญ  / ศูนย์ข่าว จ.ปราจีนบุรี###

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...