หน้าแรกข่าวล่าสุดเปิดมนต์เสน่ห์มัสยิดกลางสงขลา กมธ.ศาสนาฯ ดึงเยาวชนร่วมสืบสานรากเหง้าท้องถิ่น

เปิดมนต์เสน่ห์มัสยิดกลางสงขลา กมธ.ศาสนาฯ ดึงเยาวชนร่วมสืบสานรากเหง้าท้องถิ่น

-

จากศูนย์รวมศรัทธาสู่เวทีรักษารากเหง้าชุมชน กมธ.ศาสนาฯ เยือนมัสยิดกลางสงขลา ก่อนเปิดสัมมนาจะนะ ดึงเยาวชนร่วมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น

พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร นำคณะลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เข้าเยี่ยมชม มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา หรือ “มัสยิดกลางดิย์นุลอิสลาม” อำเภอหาดใหญ่ ศาสนสถานสำคัญและศูนย์รวมศรัทธาของชาวมุสลิมในพื้นที่ ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันสง่างาม จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด

หนึ่งในจุดเด่นที่สะดุดตาคือ สระน้ำด้านหน้ามัสยิดที่ทอดยาวประมาณ 200 เมตร รับกับตัวอาคารขนาดใหญ่ เมื่อมองจากแนวสระน้ำยิ่งขับให้มัสยิดมีความโดดเด่น สง่างาม และเป็นเอกลักษณ์

ส่วนภายในมัสยิดออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่โอ่อ่า พื้นปูด้วยกระเบื้องสีขาว ล้อมรอบด้วยกระจกใส ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้พื้นที่ภายในกว้างขวาง โปร่งโล่ง และสงบ เหมาะสำหรับการประกอบศาสนพิธีและกิจกรรมต่าง ๆ ตามหลักศาสนาอิสลาม

การเข้าเยี่ยมชมครั้งนี้ นอกจากได้สัมผัสความงดงามทางสถาปัตยกรรมแล้ว ยังสะท้อนถึงคุณค่าของมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา ในฐานะศูนย์รวมจิตใจและศรัทธาของชาวมุสลิม ตลอดจนเป็นศาสนสถานที่มีความโดดเด่นด้านศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดสงขลา

จากนั้น พล.ต.ต.สุรินทร์ เดินทางไปยัง สหกรณ์การเกษตรจะนะ จำกัด อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นประธานการสัมมนาของคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ในหัวข้อ “การส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น” โดยมีเยาวชนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

การสัมมนามุ่งสร้างความรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของวัฒนธรรมท้องถิ่น เปิดพื้นที่ให้เยาวชนและประชาชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมหาแนวทางบูรณาการการทำงาน เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะการส่งต่ออัตลักษณ์และรากเหง้าของชุมชนให้คงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...