Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดย้อนเสน่ห์ 193 ปี บ้านสะแกกรัง งดงามวัฒนธรรม-ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ย้อนเสน่ห์ 193 ปี บ้านสะแกกรัง งดงามวัฒนธรรม-ภูมิปัญญาท้องถิ่น

-

งดงามตระการตา ย้อนเสน่ห์ 193 ปี บ้านสะแกกรัง “ซาบีดา” ชูวัฒนธรรมสร้างมูลค่า กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น  สัมผัสสีสันวัฒนธรรม “วิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย” เดินหน้าต่อยอดวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจ เชื่อมประเพณี ชุมชน สินค้า และการท่องเที่ยว

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน “วิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 193 ปี บ้านสะแกกรัง” โดยมี นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางสาวปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน เเละเเขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า จังหวัดอุทัยธานีเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีทุนทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะเมืองเก่าอุทัยธานี และชุมชนบ้านสะแกกรัง ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของชาวอุทัยธานี ทั้งชุมชนริมน้ำ วิถีชีวิตชาวแพ ซึ่งถือเป็นชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศไทย ตลอดจนบ้านเรือนเก่าแก่ วัดวาอาราม และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่มีเรื่องราวสืบทอดมายาวนานกว่า 100 ปี

“กระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมดำเนินโครงการ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น The Lost Taste” ตั้งแต่ปี 2566 สำหรับจังหวัดอุทัยธานี มีเมนูที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ ต้มส้มปลาแรด ต้มยำไก่ไทยใบมะขามอ่อน ต้มโคล้ง   ปลาย่างลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง และในปี 2569 คือ “กะละแมมอญโบราณ” สะท้อนถึง ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ด้านอาหารของท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และเผยแพร่” รัฐมนตรีว่า วธ. กล่าว

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินโครงการ “UNSEEN THAI THAI เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย” ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ROOT to RICH :  จากรากวัฒนธรรมสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ” มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม มาต่อยอดสู่ การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยจังหวัดอุทัยธานีได้รับการคัดเลือก “หมุดโลก–เขาสะแกกรัง” เป็น UNSEEN THAI THAI ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนทั้งธรรมชาติ ความศรัทธา และวิถีชีวิตของเมือง พร้อมเป็นจุดชมทัศนียภาพเมืองอุทัยธานีและลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง และสามารถพัฒนาเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การจัดงาน “วิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 193 ปี บ้านสะแกกรัง” ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 เพื่อร่วมกันรำลึกถึงประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และคุณค่าทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และส่งเสริมผู้ประกอบการ และสินค้าชุมชน สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานี จากเมืองหลัก สู่เมืองรอง เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวและรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะ เมืองเก่าอุทัยธานี ซึ่งได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยว   อย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ ถึง ๓ รางวัล ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ Green Destinations Top 100 Stories 2 ปีซ้อน และ Green Destination Story Award 2026 อันดับที่ 2 ในหมวดสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ สะท้อนถึงศักยภาพของจังหวัด ในการพัฒนาการท่องเที่ยว บนพื้นฐานของทุนทางวัฒนธรรมและความยั่งยืนจากคณะผู้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก

“ขอเชิญชวนทุกคนมาสัมผัสเสน่ห์ 193 ปีบ้านสะแกกรัง ให้การเดินทางครั้งนี้เป็นทั้งความสุข ความประทับใจ และการร่วมกันสร้างคุณค่าให้วัฒนธรรมไทย พร้อมช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน อย่างไรก็ตาม งาน “วิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 193 ปี บ้านสะแกกรัง” จัดระหว่างวันที่ 26 – 29 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณลานหน้าวัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) และลานสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี” นางสาวซาบีดา กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...