“อำเภอเชียงของ” จังหวัดเชียงราย ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญระดับประเทศบนแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ หรือเส้นทาง R3A ซึ่งเป็นโครงข่ายคมนาคมหลักที่เชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ภาครัฐได้เล็งเห็นถึงศักยภาพนี้ จึงได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) เพื่อยกระดับให้อำเภอเชียงของเป็นประตูสู่เส้นทางอินโดจีน (Gateway to Indochina) โดยมุ่งหวังให้เกิดการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินเข้าสู่พื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
แต่อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถิติการเดินทางท่องเที่ยวข้ามแดน โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล (Self Drive Tourism) ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กลับพบว่าตัวเลขการเดินทางยังคงเติบโตต่ำกว่าศักยภาพและไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เมื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุเชิงลึกพบว่าจุดสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ได้แก่ ต้นทุนการนำรถข้ามแดนที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง โดยมีค่าใช้จ่ายรวมกันทั้งฝั่งไทย(เชียงของ)-ลาว(ห้วยทราย) ประมาณเกือบ 1,000 บาทต่อคันสำหรับการเดินทางไป-กลับ ซึ่งถือเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความลังเลใจ ประกอบกับอุปสรรคด้านเวลาจากกระบวนการทางเอกสาร

ทั้งขั้นตอนของด่านศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองที่ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการนาน ส่งผลให้การเดินทางขาดความคล่องตัว อุปสรรคด้านต้นทุนและเวลาดังกล่าวไม่เพียงแต่ลดทอนแรงจูงใจในการข้ามพรมแดน แต่ยังสร้างผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจระดับฐานรากของอำเภอเชียงของ เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวต้องสูญเสียเวลาไปกับกระบวนการหน้าด่าน ย่อมส่งผลให้เวลาในการท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ลดลงตามไปด้วย
นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงเลือกที่จะใช้เชียงของเป็นเพียงทางผ่าน มากกว่าจะเป็นจุดพักค้างและท่องเที่ยว ทำให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก และบริการต่อเนื่องอื่นๆ สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ ซึ่งขัดแย้งกับยุทธศาสตร์การกระจายรายได้สู่ชุมชน
จากปัญหาดังกล่าว ชมรมโรงแรมและที่พัก อำเภอเชียงของ จึงได้เสนอโครงการ จัดกิจกรรม “Golden Week สัปดาห์ทอง เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจของอำเภอเชียงของให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
นายธันวา เหลี่ยมพันธุ์ ประธานชมรมโรงแรมและที่พัก อำเภอเชียงของ กล่าวว่า ทางชมรมฯ มีแนวคิดริเริ่มโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามแดนภายใต้ชื่อ “Golden Week” โดยกำหนดให้มีสัปดาห์ส่งเสริมการท่องเที่ยวพิเศษ 1 สัปดาห์ในทุกๆ ไตรมาส โครงการนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุผ่านการบูรณาการความร่วมมือ เพื่อ ยกเว้นค่าธรรมเนียม การนำรถยนต์ส่วนตัวข้ามแดน

โดยใช้กลไกจากภาครัฐทั้งสองประเทศ ควบคู่ไปกับการจัดตั้งช่องทางพิเศษ (Fast Track) และระบบจัดการเอกสารเพื่อลดระยะเวลาดำเนินการหน้าด่านให้สั้นที่สุด ซึ่งการดำเนินงานในลักษณะนี้จะเป็นการสร้างพื้นที่ทดลอง (Sandbox) ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของการจัดการการท่องเที่ยวไร้รอยต่อ
การผลักดันโครงการ “Golden Week” จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นความสนใจและดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มขับรถยนต์ส่วนบุคคลให้กลับมาใช้เส้นทางนี้อย่างเต็มศักยภาพ การยกเว้นค่าธรรมเนียมจะไม่ใช่เป็นการสูญเปล่า แต่จะแปรสภาพเป็นตัวคูณทางเศรษฐกิจที่กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวนำส่วนต่างค่าใช้จ่ายและเวลาที่ประหยัดได้ ไปกระจายรายได้ลงสู่ร้านค้าและธุรกิจบริการในท้องถิ่นอำเภอเชียงของ-ห้วยทราย อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอำเภอเชียงของในฐานะเมืองท่องเที่ยวชายแดนที่ทันสมัย ช่วยกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และสร้างต้นแบบการบริหารจัดการพรมแดนที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป
สำหรับวัตถุประสงค์ ในการผลักดันโครงการ “Golden Week” ครั้งนี้ 1. เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงรายโดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเชียงของ-เมืองห้วยทราย แขวงบ่แก้ว ผ่านการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและยืดระยะเวลาพำนักในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร และของฝาก อย่างเป็นรูปธรรม
2. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มขับรถยนต์ส่วนบุคคล (Drive Tourism) และสร้างต้นแบบการท่องเที่ยวไร้รอยต่อ โดยการลดภาระด้านต้นทุนค่าธรรมเนียมและลดระยะเวลาในกระบวนการผ่านด่านข้ามแดน (Fast Track)
เพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้เส้นทาง R3A อย่างเต็มศักยภาพ
3. เพื่อยกระดับภาพลักษณ์อำเภอเชียงของและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผลักดันให้เชียงของเป็นประตูสู่เส้นทางอินโดจีน (Gateway to Indochina) ที่ทันสมัย พร้อมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในระดับประชาชน ระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว 4 . เพิ่มศักยภาพของการใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่4 ให้คุ้มค่า ในด้านการท่องเที่ยวข้ามแดนให้มากกว่าเดิม

สำหรับผลที่คาดว่าจะได้รับาจากโครการนี้ นายธันวา กล่าวว่า จะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนและกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของอำเภอเชียงของ,จังหวัดเชียงราย-เมืองห้วยทราย, แขวงบ่แก้ว ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยฟื้นฟูสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ,ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มขับรถยนต์ส่วนบุคคล (Drive Tourism) กลับมาใช้เส้นทาง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากเมืองผ่าน (Transit) เป็นเมืองพักและท่องเที่ยว (Destination)
และได้ต้นแบบ (Sandbox) ด้านระบบตรวจปล่อยรถยนต์ข้ามแดนแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อนำข้อมูลไปจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการลดอุปสรรคทางเอกสารในระยะยาว 4.ยกระดับภาพลักษณ์อำเภอเชียงของเป็น “ประตูสู่อินโดจีน” ที่ทันสมัย และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในระดับประชาชนระหว่างไทย-สปป.ลาว
“ทางชมรมฯเราได้เสนอโครงการผ่านทางสมาคมโรงแรมจังหวัดเชียงราย และได้ยื่นต่อถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ” ประธานชมรมโรงแรมและที่พักอำเภอเชียงของกล่าว








