Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดวธ.จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" วาระครบ 50 วัน แห่งการสิ้นพระชนม์

วธ.จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” วาระครบ 50 วัน แห่งการสิ้นพระชนม์

-

วธ. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เนื่องในวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ พร้อมสืบสานคุณค่าศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมตามรอยพระจริยวัตร

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ โดยมี พระเทพวชิรสุนทร ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารหน่วยงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้าร่วมในพิธี ณ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม

เมื่อปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธีเดินทางมาถึงบริเวณพิธี พระสงฆ์ 10 รูปขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยหน้าโต๊ะหมู่บูชา แล้วนำผู้เข้าร่วมพิธีถวายความเคารพและจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติพิธีอาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่ปฏิบัติพิธีอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ประธานในพิธี นำคณะผู้บริหารและผู้เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหาร

ต่อจากนั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติพิธีลาดผ้ารองโยงและลาดพระภูษาโยง แล้วเชิญประธานในพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์ ประธานสงฆ์กล่าวธรรมกถา นำเจริญจิตตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระกุศล เป็นเวลา 1 นาที แล้วพระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนา ประธานในพิธีกรวดน้ำรับพร กราบลาพระรัตนตรัยหน้าโต๊ะหมู่บูชา นำผู้เข้าร่วมพิธีถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปฯ และกราบลาประธานสงฆ์ ก่อนนำผู้เข้าร่วมพิธีประกอบพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล ณ บริเวณด้านหน้าอาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม เป็นอันเสร็จพิธี

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า นับตั้งแต่สำนักพระราชวังมีประกาศเรื่องการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างโศกเศร้าและร่วมกันน้อมรำนึกถึงพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ กระทรวงวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ได้พร้อมใจกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระกุศลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในวาระครบ 7 วัน 15 วัน และในวันนี้ซึ่งเป็นวาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่อแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ และสำนึกในพระเมตตาคุณที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ

นายประสพ กล่าวต่อไปว่า นอกจากการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลแล้ว ในช่วงที่ผ่านมากระทรวงวัฒนธรรมยังได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัด องค์การทางศาสนา ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินศิลปาธร ศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินร่วมสมัย เครือข่ายทางวัฒนธรรม และภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศ จัดกิจกรรม “วัฒนธรรมรวมใจ ถวายอาลัยเจ้าฟ้าของแผ่นดิน” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ ผ่านมิติของศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีทางศาสนาตามหลักศาสนบัญญัติของ 5 ศาสนา นิทรรศการเผยแพร่พระประวัติและพระกรณียกิจ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากทุกภูมิภาค การแสดงของศิลปินแห่งชาติ ศิลปินศิลปาธร ศิลปินพื้นบ้าน และเครือข่ายศิลปินทั่วประเทศ ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระกุศล ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 850 คน สะท้อนพลังแห่งความจงรักภักดีและความสามัคคีของคนไทยจากทุกภาคส่วน

“แม้จะล่วงเข้าสู่วาระครบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ แต่พระกรุณาธิคุณ พระวิริยอุตสาหะ และพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชน จะยังคงประทับอยู่ในความทรงจำของคนไทยตราบนานเท่านาน กระทรวงวัฒนธรรมขอน้อมนำพระจริยวัตรและคุณธรรมของพระองค์มาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมสืบสานคุณค่าของศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เพื่อหล่อหลอมสังคมไทยให้ยึดมั่นในความดี ความเสียสละ และการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นการน้อมถวายเป็นพระกุศลและสืบสานพระปณิธานให้ดำรงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป” นายประสพ กล่าวในตอนท้าย

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกผืนนาปลูก ‘ผักบุ้งซิ่ง’ ส่งขายร้านหมูกระทะ รายได้สุดปัง!

ท่ามกลางยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากจำต้องหอบหิ้วความฝันเดินทางออกจากอ้อมกอดของบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสและเข้าทำงานในโรงงาน แต่สำหรับ “โน๊ต - นายวัชรพล วังนุช” และ “ขิม - นางสาวกมลวรรณ แก้วกองนอก” สองสามีภรรยาวัยเพียง 25 ปี แห่งบ้านหนองคันชั่ง ตำบลพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พวกเขากลับเลือกเส้นทางชีวิตที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง . เส้นทางของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากความสุขสบาย แต่เริ่มจาก “หัวใจที่รักบ้านเกิด” และความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวที่จะจับมือร่วมหัวจมท้าย สร้างอนาคตขึ้นด้วยสองมือของตัวเองโดยไม่ต้องจากคนที่รักไปไหน คำถามที่ทั้งคู่ตั้งขึ้นในใจก่อนเริ่มต้น...