Google search engine
หน้าแรกสังคมดีป้า ลุยภาคเหนือ ยกขบวน Cloud Transformation Local Connect ถึงเชียงใหม่ หนุนท้องถิ่นเปลี่ยนผ่านสู่บริการดิจิทัลบนคลาวด์ วางเป้า 400 หน่วยงานก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล

ดีป้า ลุยภาคเหนือ ยกขบวน Cloud Transformation Local Connect ถึงเชียงใหม่ หนุนท้องถิ่นเปลี่ยนผ่านสู่บริการดิจิทัลบนคลาวด์ วางเป้า 400 หน่วยงานก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล

-

ดีป้า ยกขบวนกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ถึงจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ของการเดินสายทั่วประเทศ มุ่งส่งต่อความรู้ด้านการประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์ในรูปแบบ SaaS บนระบบคลาวด์แก่หน่วยงานท้องถิ่นใน 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมืองและการให้บริการประชาชน โดยวางเป้าหมายผลักดันรัฐบาลดิจิทัลไม่น้อยกว่า 400 หน่วยงานท้องถิ่น ประชาชนได้รับประโยชน์จากบริการดิจิทัลกว่า 4 ล้านคน เสริมสร้างทักษะด้านคลาวด์ แก่เจ้าหน้าที่รัฐกว่า 4,000 คน ตลอดจนสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 133 ล้านบาท

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เดินหน้าจัดกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ครั้งที่ 3 พื้นที่ภาคเหนือ หนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เพื่อเมืองอัจฉริยะท้องถิ่น (Cloud Transformation) ซึ่งมุ่งผลักดันให้หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำซอฟต์แวร์ในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) บนระบบคลาวด์มาใช้ยกระดับการบริหารจัดการเมืองและการบริการประชาชน โดยได้รับเกียรติจาก นางศิริรัตน์ ตัณฑ์ศิริ สถิติจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน และมี นายอัครเดช วิเศษนคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องดอยหลวง โรงแรม แคนทารี ฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่

นางศิริรัตน์ กล่าวเปิดกิจกรรมในหัวข้อ “เชียงใหม่เมืองอัจฉริยะแห่งล้านนา” โดยระบุว่า เชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางของภาคเหนือ เป็นทั้งศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวระดับโลก การศึกษา และการแพทย์ อีกทั้งยังเป็นประตูเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการคมนาคม ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 การจราจรในเขตเมือง และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณะในพื้นที่ห่างไกล จังหวัดจึงกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองไว้ว่า “เชียงใหม่เมืองอัจฉริยะแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง” โดยปัจจุบันมีพื้นที่ที่ได้รับประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว 3 พื้นที่ และเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะอีก 11 พื้นที่ ทั้งนี้ หัวใจสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาเมืองอัจฉริยะเกิดผลอย่างแท้จริงคือ การเชื่อมโยงการทำงานและทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาควิชาการ ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการเมืองมีประสิทธิภาพ แม่นยำ โปร่งใส และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

ด้าน นายอัครเดช กล่าวว่า ดีป้า โดย สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ได้ผลักดันการพัฒนาเมืองอัจฉริยะมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ได้รับตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทยแล้ว 37 เมืองใน 25 จังหวัด ควบคู่กับเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะอีก 217 แห่งใน 63 จังหวัด เฉพาะภาคเหนือมีพื้นที่ที่ผ่านการรับรองแล้ว 7 พื้นที่ ประกอบด้วย เทศบาลนครเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แม่เมาะเมืองน่าอยู่ เทศบาลนครเชียงราย เทศบาลเมืองน่าน เทศบาลตำบลบวกค้าง และจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะกว่า 65 เมืองกระจายทั่วภูมิภาค นับเป็นภาพสะท้อนความตื่นตัวของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

นายอัครเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า กุญแจสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาเมืองอัจฉริยะเกิดผลถึงมือประชาชนอยู่ที่การเสริมความเข้มแข็งให้ อปท. ทั้ง 7,842 แห่งทั่วประเทศ ในฐานะหน่วยงานด่านหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด ทว่าข้อจำกัดด้านงบประมาณและกำลังคนทำให้ท้องถิ่นจำนวนมากยังไม่สามารถลงทุนพัฒนาระบบดิจิทัลได้ด้วยตนเอง อันเป็นโจทย์ตั้งต้นของโครงการ Cloud Transformation ที่วางเป้าหมายระยะแรกให้หน่วยงานรัฐท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 400 หน่วยงานได้ใช้บริการซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ เพื่อยกระดับทั้งบริการภาคประชาชนและกระบวนการทำงานภายในองค์กร ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากบริการดิจิทัลกว่า 4 ล้านคน เจ้าหน้าที่รัฐกว่า 4,000 คนมีทักษะด้านคลาวด์เพิ่มขึ้น และเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 133 ล้านบาท

“การเดินสายจัดกิจกรรมให้ครบทุกภูมิภาคครั้งนี้คือ การจุดประกายให้หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศหันมาใช้บริการดิจิทัลอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดประตูภาครัฐให้แก่ผู้ประกอบการดิจิทัลสัญชาติไทย เพราะการ Transform ประเทศต้องเริ่มต้นจากการ Transform ท้องถิ่น ทั้งหมดนี้คือ การวางรากฐานเมืองอัจฉริยะจากฐานราก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า กล่าว

ด้านบริการซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ที่เข้าร่วมโครงการนั้น ดีป้า คัดสรรจากบริการดิจิทัลที่ได้รับตราสัญลักษณ์ dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว รวม 100 ผลิตภัณฑ์และบริการ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) ระบบบริการเพื่อประชาชนโดยตรง เช่น ระบบรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ และระบบดูแลผู้สูงอายุ (2) ระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในหน่วยงาน เช่น ระบบจัดการครุภัณฑ์ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และ (3) ระบบเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้าน ทั้งนี้ บทบาทของ ดีป้า ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทของแต่ละท้องถิ่นเท่านั้น หากยังทำหน้าที่จับคู่ความต้องการของท้องถิ่นเข้ากับบริการดิจิทัลของผู้ประกอบการไทย ผ่านการสนับสนุนในรูปแบบสิทธิ์การใช้งานผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัลที่เข้าร่วมโครงการ มูลค่าสูงสุด 2 แสนบาทต่อโครงการ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน

นอกจากนี้ ภายในกิจกรรมยังมีการบรรยายและเวทีเสวนาในหัวข้อต่าง ๆ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งต่อความรู้แก่ อปท. ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ อาทิ การบรรยายหัวข้อ Cloud Transformation 101 โดย นายอัครเดช การบรรยายหัวข้อ กฎหมาย มาตรฐาน และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับการใช้บริการคลาวด์ภาครัฐ โดย นายพัฒนวัตร  เรียงวงษ์ เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานมาตรฐานคลาวด์ ฝ่ายกำหนดมาตรฐาน สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ตลอดจนเวทีเสวนาหัวข้อ พลิกโฉมท้องถิ่นด้วยคลาวด์ สู่บริการภาครัฐดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยมี นายกริณย์พล ไชยยาพิบูล  นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ นางสาวนุชรี สายแสน รองปลัดเทศบาล รักษาราชการแทนปลัดเทศบาล และนางจุฑามาศ หวลอ่อน หัวหน้าฝ่ายปกครอง เทศบาลตำบลอุโมงค์ ผู้แทนจากหน่วยงานในพื้นที่ร่วมถ่ายทอดบทเรียนจากการดำเนินงานจริงในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับบริการประชาชน

สำหรับกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต กำหนดจัดขึ้นรวม 4 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยครั้งที่ 1 พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามด้วยครั้งที่ 2 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม มาถึงครั้งที่ 3 พื้นที่ภาคเหนือในวันนี้ และปิดท้ายด้วยครั้งที่ 4 พื้นที่ภาคใต้ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ก่อนที่ผลงานโดดเด่นจากทุกเวทีจะได้รับคัดเลือกเป็นผลงานต้นแบบเข้าประกวด Smart City Solutions Awards ในเดือนกันยายน 22569

สำหรับหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่นที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ Cloud Transformation ได้แล้ววันนี้ ศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://short.depa.or.th/CloudDP1หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ cloud.scp@depa.or.th, LINE OA: depaThailand และ Facebook Page: depa Thailand

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

ไอเดียสุดเจ๋ง! หนุ่มราชบุรี แปลงโฉม ‘รถโบราณ’เนรมิตรร้านกุ้งย่างเคลื่อนที่ตอบโจทย์คอปิ้งย่าง

กลายเป็นกระแสฮือฮาและจุดเช็กอินแห่งใหม่บนโลกโซเชียลของชาวราชบุรี เมื่อหนุ่มเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (กู้ภัย) ไอเดียเจ๋ง นำรถจักรยานยนต์คลาสสิคคู่ใจมาดัดแปลงเป็นร้านกุ้งย่างเคลื่อนที่ในชื่อ "ฮ้าน กุ้งย่างคูบัว BY.อ๊อฟคูบัว" ชูจุดขายกุ้งสดมันเยิ้มๆ ไม้ละ 10 บาท ควบคู่น้ำจิ้มซีฟู้ดมะนาวแท้รสจัดจ้าน ลูกค้าแห่อุดหนุนแน่นขนัดจนขยับยอดขายแตะวันละ 10 กิโลกรัม โดยที่บริเวณหน้าที่ทำการสายตรวจตำรวจชุมชน วัดโขลงสุวรรณคีรี หมู่ที่ 6 ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี มีร้านขายกุ้งย่างสุดคลาสสิคที่ดึงดูดสายตาผู้พบเห็น โดยนำรถจักรยานยนต์โบราณรุ่น...