Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด"รมว.ซาบีดา" เร่งขับเคลื่อนองค์ความรู้ วางรากฐานพัฒนา"หอศิลป์แห่งชาติ"

“รมว.ซาบีดา” เร่งขับเคลื่อนองค์ความรู้ วางรากฐานพัฒนา”หอศิลป์แห่งชาติ”

-

“รมว.ซาบีดา” เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับ “หอศิลป์แห่งชาติ” เตรียมพร้อมนำร่อง 3 กิจกรรม ได้แก่ เวทีเสวนาว่าด้วยศิลปะกับนโยบายสาธารณะและการบริหารจัดการภาครัฐ กิจกรรมการสนทนากลุ่มย่อยเพื่อออกแบบอนาคตหอศิลป์แห่งชาติ และเวทีเสวนาด้านการอนุรักษ์งานศิลปะร่วมสมัย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านศิลปะร่วมสมัย และวางรากฐานการพัฒนาโครงการหอศิลป์แห่งชาติให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้เพื่อการบริหารจัดการหอศิลป์แห่งชาติและยกระดับทุนทางวัฒนธรรมด้านศิลปะ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม โดยกองบริหารจัดการหอศิลป์แห่งชาติจัดขึ้น เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการหอศิลป์แห่งชาติ เปิดพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ศิลปิน และภาคประชาชน โดยได้รับเกียรติจากท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เป็นองค์ปาฐก ร่วมด้วยนางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โอกาสนี้มีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ศิลปิน นักวิชาการ และประชาชนทั่วไป เข้าร่วม ณ ห้องแกลเลอรี 2 – 3 ชั้น G อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของประเทศ โดยเฉพาะมิติด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การสร้างคุณค่าและมูลค่าทางวัฒนธรรม ตลอดจนการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีนานาชาติ การพัฒนาหอศิลป์แห่งชาติในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงการเตรียมพื้นที่เพื่อจัดแสดงงานศิลปะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวางแผนเตรียมความพร้อมในหลากมิติ เพื่อยกระดับให้หอศิลป์ เมื่อเปิดบริการแล้ว เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ พื้นที่สร้างสรรค์ และพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึง มีส่วนร่วม และใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ต่อไปในอนาคต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันหอศิลป์ชั้นนำของโลกได้พัฒนาบทบาทจากพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะไปสู่การเป็น “Public Learning Space” หรือพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การสร้างแรงบันดาลใจ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต กระทรวงวัฒนธรรมจึงมุ่งนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาหอศิลป์แห่งชาติของประเทศไทย เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมการตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวิถีชีวิตของประชาชนได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการเรียนรู้ศิลปะไทยในบริบทของภูมิภาคและสากล

นางสาวซาบีดา กล่าวต่อไปว่า โครงการพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้เพื่อการบริหารจัดการหอศิลป์แห่งชาติในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม 2569 ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้ พัฒนานโยบาย และเสริมสร้างเครือข่ายด้านศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ กิจกรรมแรก คือ การอบรมสัมมนาและเสวนาสาธารณะ หัวข้อ “ศิลปะขับเคลื่อนประเทศไทย: ว่าด้วยศิลปะกับนโยบายสาธารณะและการบริหารจัดการภาครัฐ” ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ โดยมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะ การบริหารจัดการภาครัฐ และโอกาสที่จะพัฒนาโครงการหอศิลป์ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน

ภายในงานแบ่งเป็น 3 ช่วง ประกอบด้วยช่วงที่ 1 การปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับการเปิดมุมมองต่อสังคม” โดยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน และการปาฐกถาหัวข้อ “นโยบายศิลปวัฒนธรรมกับการขับเคลื่อนประเทศท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก” โดยนางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ช่วงที่ 2 การเสวนาในหัวข้อ “ทำไมเราถึงต้องมีหอศิลป์แห่งชาติ” โดย ดร.วิภาช ภูริชานนท์ และ ผศ. ดร.ชานนท์ เคนจิ แพร่พิพัฒน์มงคล นำการเสวนาโดย ดร.กฤติยา กาวีวงศ์ และช่วงที่ 3 “มองไปข้างหน้า: ทบทวนนโยบายและบทบาทของรัฐกับศิลปะ” โดย ไชยยง รัตนอังกูร, ผศ. ดร.วิชญ มุกดามณี, รศ. ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ, ศิริวัฒน์ แสนเสริม และปริยาภา อมรวณิชสาร นำการเสวนาโดย พอใจ อัครธนกุล

กิจกรรมที่สอง คือ กิจกรรมการสนทนากลุ่มย่อยในหัวข้อ “ร่วมออกแบบอนาคตหอศิลป์แห่งชาติ” ซึ่งจะจัดขึ้นจำนวน 2 ครั้ง ในเดือนสิงหาคม โดยเชิญผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ ศิลปิน ภัณฑารักษ์ นักวิชาการ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นักศึกษา ตัวแทนชุมชน เข้าร่วมประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางเชิงนโยบาย แนวทางความร่วมมือ การจัดกิจกรรม การใช้พื้นที่ และรูปแบบการดำเนินงานของหอศิลป์แห่งชาติ เพื่อนำไปพัฒนาวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และแนวทางการบริหารจัดการที่ตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะ โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อรับฟังข้อเสนออันหลากหลายที่สะท้อนมุมมองของผู้เกี่ยวข้องในหลากหลายภาคส่วน

ส่วนกิจกรรมที่สาม คือ การเสวนาหัวข้อ “Care, Keep, Continue : การอนุรักษ์งานศิลปะสำคัญอย่างไร” จะจัดขึ้นในวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดย ขวัญจิต เลิศศิริ, ดร.นวรัตน์ แก้วอ่อน, ผศ.โอชนา พูลทองดีวัฒนา และ ธาม เหล่าวิชยา นำการเสวนาโดย ดร.รสิตา สินเอกเอี่ยม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์งานศิลปะร่วมสมัย โดยเฉพาะแนวทางการดูแลรักษาผลงานศิลปะที่มีวัสดุ เทคนิค และกระบวนการสร้างสรรค์ที่หลากหลาย รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและวัสดุสมัยใหม่ ตลอดจนร่วมหารือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านการอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของชาติไว้ให้คนรุ่นต่อไป

นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานเพื่อรองรับการพัฒนาหอศิลป์แห่งชาติที่เตรียมเปิดให้บริการในอนาคต โดยมีเป้าหมายให้หอศิลป์แห่งชาติเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ร่วมเสริมสร้าง และสนับสนุนพัฒนาการของวงการและระบบนิเวศทางศิลปะของประเทศ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยให้เป็นหมุดหมายในระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมแก่บุคลากรทั้งภายในและภายนอกกระทรวงวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาหอศิลป์แห่งชาติ พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ศิลปะ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมและการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ อันเป็นการสนับสนุนการพัฒนาหอศิลป์แห่งชาติบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

ไอเดียสุดเจ๋ง! หนุ่มราชบุรี แปลงโฉม ‘รถโบราณ’เนรมิตรร้านกุ้งย่างเคลื่อนที่ตอบโจทย์คอปิ้งย่าง

กลายเป็นกระแสฮือฮาและจุดเช็กอินแห่งใหม่บนโลกโซเชียลของชาวราชบุรี เมื่อหนุ่มเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (กู้ภัย) ไอเดียเจ๋ง นำรถจักรยานยนต์คลาสสิคคู่ใจมาดัดแปลงเป็นร้านกุ้งย่างเคลื่อนที่ในชื่อ "ฮ้าน กุ้งย่างคูบัว BY.อ๊อฟคูบัว" ชูจุดขายกุ้งสดมันเยิ้มๆ ไม้ละ 10 บาท ควบคู่น้ำจิ้มซีฟู้ดมะนาวแท้รสจัดจ้าน ลูกค้าแห่อุดหนุนแน่นขนัดจนขยับยอดขายแตะวันละ 10 กิโลกรัม โดยที่บริเวณหน้าที่ทำการสายตรวจตำรวจชุมชน วัดโขลงสุวรรณคีรี หมู่ที่ 6 ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี มีร้านขายกุ้งย่างสุดคลาสสิคที่ดึงดูดสายตาผู้พบเห็น โดยนำรถจักรยานยนต์โบราณรุ่น...