Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดโครงการข้าวประณีตปี'69 ยกระดับการผลิตคัดเกรดข้าวอินทรีย์รุกตลาดสมัยใหม่

โครงการข้าวประณีตปี’69 ยกระดับการผลิตคัดเกรดข้าวอินทรีย์รุกตลาดสมัยใหม่

-

ปราจีนบุรี — จังหวัดปราจีนบุรีเปิดฉากขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เกษตรครั้งสำคัญ ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืน บ้านบางแตน อำเภอบ้านสร้าง โดยนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้มอบหมายให้นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2569 หรือ “โครงการข้าวประณีต” ระดับจังหวัด

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน บ้านบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้มอบหมายให้ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2569 (โครงการข้าวประณีต) ระดับจังหวัด

การประชุมนัดสำคัญนี้ได้รับเกียรติจาก นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี เขต 1 พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืนบ้านบางแตน ตลอดจนผู้แทนจากบริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือกันอย่างพร้อมเพรียง

ในการหารือได้มีการชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกระบวนการดำเนินงานตามโครงการข้าวประณีต ประจำปี 2569 พร้อมร่วมกันพิจารณาแนวทางการจัดทำแผนขอรับการสนับสนุนเงินทุน ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบอนุมัติแผนขอรับการสนับสนุนเงินทุนอย่างเป็นเอกฉันท์ เพื่อนำไปพัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปข้าวสารของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืนบ้านบางแตนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

โครงการ “ข้าวประณีต” มีเป้าหมายหลักในการยกระดับมาตรฐานข้าวสารไทยให้เป็นสินค้าเกษตรปลอดภัย คุณภาพสูง และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดสมัยใหม่ (Modern Trade) โดยเงินทุนที่ได้รับการอนุมัติในครั้งนี้ ทางวิสาหกิจชุมชนบ้านบางแตนจะนำไปจัดซื้อ “เครื่องยิงสีข้าวสาร” (Color Sorter) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีคัดแยกเมล็ดข้าวที่มีสีผิดปกติ เมล็ดเสีย เมล็ดเหลือง รวมถึงสิ่งเจือปนออกจากข้าวสารได้อย่างแม่นยำสูง การนำเทคโนโลยีระดับสากลนี้มาเสริมทัพ จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ข้าวสารมีมาตรฐานความสะอาดและคุณภาพสม่ำเสมอ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้ชุมชนฐานราก และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคต่อสินค้าเกษตรปลอดภัยของจังหวัดปราจีนบุรีได้อย่างยั่งยืน

สำหรับพื้นที่ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง นับเป็นแผ่นดินประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่งต่อชาวปราจีนบุรีและเกษตรกรไทย โดยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง ณ แปลงนาทดลอง โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ตำบลบางแตน ในแปลงนาที่พสกนิกรและเกษตรกรชาวปราจีนบุรีร่วมใจกันปลูกถวาย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ชาวนาทั่วประเทศ

ในคราวนั้น พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องข้าวและธนาคารข้าวไว้ว่า ข้าวที่ผลิตได้นั้นไม่ควรมุ่งเน้นแต่เพียงด้านการจำหน่าย แต่ควรหาวิธีการจัดระบบในรูปแบบของธนาคารเกษตร โดยให้เกษตรกรยืมข้าวพันธุ์ไปปลูก แล้วนำมาคืนภายหลังในเวลาที่กำหนด โดยต้องวางระเบียบให้มีความรัดกุมและเหมาะสม

สำหรับโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ตำบลบางแตน เริ่มต้นขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2514 จากการที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายที่ดิน และต่อมามีการจัดซื้อเพิ่มเติมจนมีเนื้อที่รวมประมาณ 384 ไร่ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์สาธิตการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เน้นกิจกรรมการทำนาข้าวแบบครบวงจร การปลูกพืชผักและผลไม้ปลอดภัยจากสารพิษ ตลอดจนเป็นแหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรและการศึกษาดูงานของประชาชน การขับเคลื่อนโครงการข้าวประณีตในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการต่อยอดและสืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาข้าวไทยให้มีความยั่งยืนบนผืนดินประวัติศาสตร์แห่งนี้สืบไป

###   มานิตย์  สนับบุญ / ปราจีนบุรี  ###

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...