Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชูโมเดลความสำเร็จ! ‘เขื่อนลำปาว’ โชว์นวัตกรรมจัดสรรน้ำ-คุมสมดุล 2.9 แสนไร่

ชูโมเดลความสำเร็จ! ‘เขื่อนลำปาว’ โชว์นวัตกรรมจัดสรรน้ำ-คุมสมดุล 2.9 แสนไร่

-

สำนักชลประทานที่ 6 กรมชลประทาน ชูโมเดลความสำเร็จ! เขื่อนลำปาวเปิดปริมาณน้ำ 770 ล้าน ลบ.ม. การันตีพอใช้ตลอดฤดูฝน ใช้ระบบ GIS-ROS สแกนพื้นที่รายแปลง จัดรอบเวรแบ่งปันน้ำนาข้าวกับบ่อนากุ้ง เกษตรกรยางตลาดปลื้มสร้างรายได้สะพัด

สำนักชลประทานที่ 6 กรมชลประทาน ได้จัดกิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจร” เพื่อสร้างความรับรู้ความเข้าใจและสะท้อนผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือ เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเข้าชมกระบวนการ ณ อาคารระบายน้ำ พร้อมรับฟังข้อมูลการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร

นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เปิดเผยว่า เขื่อนลำปาวประสบความสำเร็จในการตอบโจทย์ความต้องการใช้น้ำที่แตกต่างกันของเกษตรกร 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ปลูกข้าวนาปรัง และกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม (ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้สูงของจังหวัด) โดยขับเคลื่อนผ่าน 2 กลไกสำคัญคือ 1.เปิดโอกาสให้ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร ผู้นำท้องถิ่น และราชการ ร่วมกันประชุมกำหนดปฏิทินการส่งน้ำล่วงหน้าอย่างเป็นธรรม และ 2.นำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และโปรแกรมบริหารจัดการน้ำ (ROS) มาใช้วิเคราะห์คำนวณความต้องการน้ำรายแปลง โดยเฉพาะในพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ที่เก็บข้อมูลรอบการเลี้ยงกุ้งอย่างละเอียด

ปัจจุบัน (สถานการณ์ ณ กรกฎาคม พ.ศ. 2569) เขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 770 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 39% ของความจุอ่างฯ) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์เพียงพอที่จะดูแลพื้นที่เกษตรกรรมและอุปโภคบริโภคตลอดฤดูฝนนี้อย่างแน่นอน

สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่นั้น ปัจจุบันเขื่อนดูแลพื้นที่ทำนาข้าว 290,000 ไร่ และพื้นที่นากุ้ง 3,800 ไร่ เนื่องจากลักษณะของนากุ้งมีปริมาณความต้องการใช้น้ำมากกว่าการทำนาข้าวถึง 2 เท่า โครงการฯ จึงได้จัดระบบ “รอบเวรสับเปลี่ยนหมุนเวียนการส่งน้ำ” เพื่อแบ่งปันน้ำอย่างทั่วถึง ไม่เกิดผลกระทบต่อทั้งแปลงนาและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงนาข้าวของ นายสมทรัพย์ วราศรี ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านนาเชือกเหนือ หมู่ที่ 11 ต.นาเชือก อ.ยางตลาด ระบุว่า ระบบน้ำจากคลองชลประทานช่วยให้ทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง แม้จะมีสถานการณ์ภัยแล้งเอลนีโญเข้ามา แต่กลุ่มเกษตรกรมีการประชุมร่วมกับชลประทานสม่ำเสมอทำให้รู้แผนงานและเตรียมแปลงรับน้ำได้ทันท่วงที จึงมั่นใจว่าจะผ่านพ้นวิกฤตไปได้

ขณะที่ นายสุรพล ภูขามคม เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม บ้านนาเชือกเหนือ หมู่ที่ 2 ต.นาเชือก ซึ่งประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งมากว่า 20 ปี เผยว่า ในอดีตระบบส่งน้ำยังไม่สมบูรณ์ แต่ปัจจุบันชลประทานบริหารจัดการน้ำได้ดีมาก ทำให้ 1 ปี สามารถเลี้ยงกุ้งส่งออกได้ถึง 2 รุ่น มีรายได้มั่นคงดีกว่าการทำนาข้าว และช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสามารถลืมตาอ้าปากสร้างฐานะได้จนถึงปัจจุบัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

ไอเดียสุดเจ๋ง! หนุ่มราชบุรี แปลงโฉม ‘รถโบราณ’เนรมิตรร้านกุ้งย่างเคลื่อนที่ตอบโจทย์คอปิ้งย่าง

กลายเป็นกระแสฮือฮาและจุดเช็กอินแห่งใหม่บนโลกโซเชียลของชาวราชบุรี เมื่อหนุ่มเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (กู้ภัย) ไอเดียเจ๋ง นำรถจักรยานยนต์คลาสสิคคู่ใจมาดัดแปลงเป็นร้านกุ้งย่างเคลื่อนที่ในชื่อ "ฮ้าน กุ้งย่างคูบัว BY.อ๊อฟคูบัว" ชูจุดขายกุ้งสดมันเยิ้มๆ ไม้ละ 10 บาท ควบคู่น้ำจิ้มซีฟู้ดมะนาวแท้รสจัดจ้าน ลูกค้าแห่อุดหนุนแน่นขนัดจนขยับยอดขายแตะวันละ 10 กิโลกรัม โดยที่บริเวณหน้าที่ทำการสายตรวจตำรวจชุมชน วัดโขลงสุวรรณคีรี หมู่ที่ 6 ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี มีร้านขายกุ้งย่างสุดคลาสสิคที่ดึงดูดสายตาผู้พบเห็น โดยนำรถจักรยานยนต์โบราณรุ่น...