ปราจีนบุรี – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลาน บุกรุกเข้าทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของราษฎรกลางดึก โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา ช้างป่าจำนวนประมาณสิบตัวได้พากันเข้าปิดล้อมบ้านพักในพื้นที่หมู่บ้านวังอ้ายป่อง ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เจ้าของบ้านเป็นอย่างมาก

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายคำ ทองสัมฤทธิ์ คุณตาวัย 72 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งได้นำตรวจดูร่องรอยความเสียหายบริเวณรอบบ้าน พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า ช่วงกลางดึกตนได้ยินเสียงดังโครมครามผิดปกติที่ข้างบ้าน เมื่อส่องไฟฉายดูก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบช้างป่าตัวใหญ่สูงตระหง่านเท่าหลังคาบ้าน กำลังใช้งวงยื่นเข้ามาในห้องครัว ดึงตู้กับข้าวล้มลงเพื่อหาอาหาร ตนจึงส่งเสียงตะโกนขับไล่ ทว่าเมื่อมองไปรอบ ๆ กลับพบช้างป่าอีกเกือบสิบตัวยืนเรียงรายล้อมบ้านอยู่ บางตัวใช้งวงลากเครื่องซักผ้าจนล้มพังเสียหาย และบางตัวพยายามหักถอนต้นมะม่วงที่อยู่ติดกับตัวบ้าน ก่อนที่โขลงช้างจะพากันเคลื่อนตัวออกไปทางสวนผลไม้ในช่วงเช้ามืด ซึ่งเจ้าของบ้านยอมรับว่ารู้สึกเสียดายที่ถอดปลั๊กกล้องวงจรปิดรอบบ้านออกล่วงหน้า จึงไม่มีภาพบันทึกเหตุการณ์ระทึกขวัญในครั้งนี้ไว้

จากการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น พบว่าสวนผลไม้แบบผสมผสานบนเนื้อที่ราวสองไร่เศษ ถูกช้างป่าเหยียบย่ำและถอนกัดกินต้นไม้ยืนต้น อาทิ ต้นมะม่วง กระท้อน และทุเรียน ที่เพิ่งซื้อมาปลูกซ่อมแซมในราคาต้นละหนึ่งร้อยบาท ได้รับความเสียหายไปหลายสิบต้น ซึ่งแปลงนี้เคยถูกช้างบุกเข้าทำลายสวนกล้วยจนหมดสิ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยในเวลาต่อมา ชุดจิตอาสาเฝ้าระวังช้างป่าได้ลงพื้นที่เข้าร่วมตรวจสอบ พร้อมวัดรอยเท้าช้างป่าขนาดใหญ่ภายในสวน พบว่ามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบสี่สิบเซนติเมตร และได้นำเอกสารคำร้องจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาให้เจ้าของบ้านกรอกรายละเอียด เพื่อเร่งดำเนินการเยียวยาและชดเชยค่าเสียหายตามระเบียบต่อไป

ทางด้าน นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ช้างป่าในพื้นที่ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี ว่า ในระยะนี้มีช้างโขลงขนาดใหญ่จำนวนหลายสิบตัวออกนอกเขตป่าอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง โดยกระจายตัวอยู่ระหว่างรอยต่อตำบลทุ่งโพธิ์ และตำบลแก่งดินสอ บริเวณบ้านบุเจริญ รวมถึงบ้านท่าสะตือและบ้านวังอ้ายป่อง เพื่อเข้ามาหากินพืชไร่พืชสวนของชาวบ้าน เช่น ปาล์มน้ำมัน กล้วย และต้นยางพารา

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวต่อว่า ทางอุทยานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้บูรณาการกำลังจัดชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าอย่างเต็มกำลัง ประกอบด้วย ชุดสายตรวจหน่วยห้วยคำภู หน่วยวังทะลุ ชุดสายตรวจส่วนกลางอุทยานฯ ชุดเฝ้าระวังตำบลแก่งดินสอ และเครือข่ายอาสาสมัครภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานในระยะนี้ต้องประสบอุปสรรคสำคัญเนื่องจากเป็นฤดูฝน ทำให้ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีโดรนจับความร้อน (Thermal Drone) ในการบินสำรวจและวางแผนผลักดันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประกอบกับช้างโขลงมีการแตกกลุ่มย่อยกระจายกันออกหากิน ยิ่งทำให้การควบคุมและผลักดันช้างป่ากลับคืนสู่ผืนป่าชั้นในทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังและปรับแผนรายวันเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างสูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมสำหรับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ ปัจจุบันหมู่บ้านวังอ้ายป่องมีทำเลที่ตั้งเป็นพื้นที่รอยต่อชายป่าอย่างเด่นชัด โดยตัวตำบลแก่งดินสอตั้งอยู่ทางตอนบนของอำเภอนาดี มีอาณาเขตติดกับผืนป่าดิบแล้งและป่าสงวนแห่งชาติแก่งดินสอ-แก่งใหญ่-เขาสะโตน ซึ่งอยู่ภายใต้แนวเขตป่าอนุรักษ์ของอุทยานแห่งชาติทับลาน ผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ สภาพภูมิประเทศทั่วไปมีลักษณะเป็นที่ราบเนินสูงหรือพื้นที่ลอนคลื่น ลาดเอียงลงมาจากแนวเทือกเขา รอบหมู่บ้านเป็นป่าชุมชนและแนวป่าละเมาะ ส่งผลให้ช้างป่าสามารถเดินข้ามเส้นแบ่งเขตอุทยานฯ เข้าสู่เขตชุมชนได้ง่ายโดยไม่มีสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ

นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นแหล่งดึงดูดใจเนื่องจากเป็นคลังอาหารและแหล่งน้ำนอกเขตป่า ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมทำเกษตรกรรมปลูกพืชที่เป็นของโปรดของช้างป่า อีกทั้งตำบลแก่งดินสอยังเป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างความชุ่มชื้น โขลงช้างป่าจึงมักใช้เส้นทางและพื้นที่ราบลุ่มต่ำรอบ ๆ แหล่งน้ำนี้เป็นแนวเคลื่อนตัวออกจากป่าลึก

ในส่วนของพฤติกรรมช้างป่านั้น โขลงช้างมักใช้พื้นที่แถบนี้เป็นทางผ่านและแหล่งพักแรมชั่วคราว โดยอาศัยแนวป่าละเมาะหรือสวนปาล์มสวนยางที่ค่อนข้างทึบเป็นที่กำบังในเวลากลางวัน เมื่อตกดึกจึงเริ่มกระจายตัวหรือแตกโขลงย่อยออกหากินประชิดบ้านเรือน ยิ่งในช่วงฤดูฝนสภาพป่าจะมีความรกทึบและมีฝนตกชุก เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้โดรนจับความร้อนบินตรวจสอบตำแหน่งเพื่อสัดกั้นได้ตั้งแต่ชายป่า ช้างป่าจึงเล็ดลอดสายตาเข้ามาสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินของราษฎรได้ง่ายขึ้นในช่วงเวลากลางคืน

### มานิตย์ สนับบุญ –ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ /ปราจีนบุรี ###








