หน้าแรกข่าวล่าสุด"พลายแสนเพชร"เริ่มชีวิตใหม่ย้ายจากนราธิวาสสู่อ้อมกอดเชียงใหม่

“พลายแสนเพชร”เริ่มชีวิตใหม่ย้ายจากนราธิวาสสู่อ้อมกอดเชียงใหม่

-

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่วัดป่าแสนธรรมาราม (วัดช้าง) อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการทำพิธี ไถ่ชีวิตช้าง“พลายแสนเพชร” หรือ “พลายไข่แดง” ช้างที่หลายคนร่วมติดตามการเดินทางจากจังหวัดนราธิวาสสู่จังหวัดเชียงใหม่ ได้เริ่มต้นชีวิตบทใหม่อย่างเป็นทางการที่บ้านช้างตระกูลแสน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางความยินดีของคนรักช้างทั่วประเทศ

พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า พลายแสนเพชรถือเป็นช้างตระกูลแสนเชือกที่ 26 ปัจจุบันอายุ 22 ปี โดยเลือกใช้คำว่า “เพชร” เพราะเปรียบเสมือนสิ่งล้ำค่าที่ควรได้รับการดูแลและปกป้อง หลังผ่านชีวิตที่หนักหน่วงจากการทำงานมาตลอดหลายปี

จากการสืบค้นประวัติ พบว่า พลายแสนเพชรเกิดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังภาคใต้เมื่อเข้าสู่วัยที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-9 ปี เนื่องจากหลายแห่งไม่สามารถดูแลช้างเพศผู้ที่โตเต็มวัยได้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พลายแสนเพชร ถูกใช้งานทั้งในธุรกิจท่องเที่ยวและงานลากไม้ โดยเฉพาะการลากไม้ในพื้นที่ภูเขา ซึ่งต้องอาศัยทั้งกำลัง ความอดทน และความชำนาญ พระครูอ๊อดเล่าว่า สิ่งที่สะเทือนใจคือช้างเชือกนี้ฉลาดและแสนรู้มาก สามารถหยิบอุปกรณ์ลากไม้มาคล้องคอได้เอง เพราะจดจำหน้าที่ที่ทำมาตลอดชีวิต

นอกจากนี้ ยังพบว่าก่อนเข้าสู่งานลากไม้ พลายแสนเพชรเคยเป็นช้างเร่แสดงตามพื้นที่ต่าง ๆ ก่อนจะถูกเปลี่ยนบทบาทมาเป็นช้างใช้งานอย่างเต็มตัว

ขณะนี้ทีมควาญช้างกำลังให้เวลาพลายแสนเพชรปรับตัวกับบ้านหลังใหม่ รวมถึงสร้างความคุ้นเคยกับช้างเชือกอื่น ๆ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากการเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนควาญ และเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ล้วนเป็นเรื่องที่ช้างต้องใช้เวลาเรียนรู้

พระครูอ๊อดยืนยันว่า บ้านช้างตระกูลแสนมีความพร้อมทั้งพื้นที่ อาหาร แหล่งน้ำ และทีมควาญช้างที่มีประสบการณ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจของช้าง

พระครูอ๊อดยังกล่าวด้วยว่า เดิมตั้งใจช่วยเหลือช้างเพียง 1 เชือกในชีวิต แต่ปัจจุบันกลับได้รับโอกาสดูแลช้างแล้วถึง 26 เชือก เพราะมีช้างจำนวนไม่น้อยที่เจ้าของไม่สามารถดูแลต่อได้และขอความช่วยเหลือมายังวัดเจดีย์หลวง

สำหรับภารกิจเคลื่อนย้ายพลายแสนเพชรจากใต้สู่เหนือครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของการช่วยเหลือช้างไทย มีประชาชนติดตามการเดินทางนับแสนคนตลอดเส้นทางกว่า 1,800 กิโลเมตร พร้อมเครือข่ายอาสาสมัคร หน่วยงาน และประชาชนร่วมอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และส่งกำลังใจจนช้างเดินทางถึงเชียงใหม่อย่างปลอดภัย

พระครูอ๊อดกล่าวทิ้งท้ายว่า ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองและมีความผูกพันกับพระพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ไทยมาอย่างยาวนาน จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันอนุรักษ์ ดูแล และส่งต่อคุณค่าของช้างไทยให้คงอยู่ต่อไป เพื่อไม่ให้สัตว์สัญลักษณ์ของชาติหลงเหลือเพียงในภาพถ่ายหรือหน้าประวัติศาสตร์ พร้อมตั้งใจดูแลพลายแสนเพชรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด และดำเนินการจัดทำเอกสารเพื่อส่งมอบเข้าสู่ระบบการดูแลของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง ในอนาคต

และยังมีไฮไลท์ที่น่ารักสำหรับ การเลี้ยงโต๊ะจีนช้างในครั้งนี้พบว่าช้างเชือกนี้ขึ้นมาอยู่ภาคเหนือกลายเป็นหนุ่มเหนือชอบกินข้าวเหนียวนับว่าเป็นสัญญาณ เชิงบวกในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

#พลายแสนเพชร
#พลายไข่แดง
#นราธิวาส #เชียงใหม่
#บ้านช้างตระกูลแสน
#พระครูอ๊อดวัดเจดีย์หลวง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...