หน้าแรกข่าวล่าสุดดัน “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” แหล่งท่องเที่ยว-ศูนย์แหล่งเรียนรู้ระดับโลก

ดัน “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” แหล่งท่องเที่ยว-ศูนย์แหล่งเรียนรู้ระดับโลก

-

ชัยภูมิ –กรมทรัพยากรธรณีผลักดัน “ชัยภูมิ จีโอพาร์ค” สู่เวทีสากล หลังค้นพบไดโนเสาร์คอยาวยักษ์ใหญ่ที่สุดในไทยและอาเซียน อายุ 100–120 ล้านปีพร้อมเดินหน้าผลักดันพื้นที่สู่แหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ระดับสากล

ชาวบ้านบ้านพนังเสื่อ อำเภอหนองบัวระเหว ร่วมแสดงความยินดี หลังกรมทรัพยากรธรณีส่งคณะลงพื้นที่ติดตามแหล่งค้นพบ “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” (Nagatitan chaiyaphumensis) ไดโนเสาร์กินพืชคอยาวขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยค้นพบในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเดินหน้าผลักดันพื้นที่สู่แหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ระดับสากล

นายปรีชา สายทอง รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อน “ชัยภูมิ จีโอพาร์ค” และถ่ายทำสารคดีภายใต้แนวคิด “คืนชีวิตมรดกโลก 3 มหายุค ชัยภูมิ จีโอพาร์ค” โดยสำรวจแหล่งธรณีวิทยาสำคัญ ได้แก่ ทุ่งดอกกระเจียว–ลานหินงาม อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม, ผาสุดแผ่นดิน อุทยานแห่งชาติไทรทอง, แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ และมอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

สำหรับ “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” เป็นไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอดกินพืชคอยาว ความยาวประมาณ 27 เมตร น้ำหนักราว 26–27 ตัน มีอายุราว 100–120 ล้านปี และได้รับการประกาศรับรองเป็นไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลก สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในวงการบรรพชีวินวิทยานานาชาติ

ขณะเดียวกัน กลุ่มพลเมืองอนุรักษ์ไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ ได้ยื่นหนังสือขอให้กรมทรัพยากรธรณีประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็น “แหล่งมรดกธรณีบ้านพนังเสื่อ (นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส)” เพื่ออนุรักษ์เป็นสมบัติของชาติ และต่อยอดการพัฒนา “ชัยภูมิ จีโอพาร์ค” สู่แหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีระดับสากลอย่างยั่งยืน

อารยา ศรีลาวงศ์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...