หน้าแรกข่าวล่าสุด“ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” รพ.นครพิงค์–CPF ชวนชาวเชียงใหม่ส่งต่อโอกาสให้ผู้ป่วย

“ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” รพ.นครพิงค์–CPF ชวนชาวเชียงใหม่ส่งต่อโอกาสให้ผู้ป่วย

-

เชียงใหม่ – โรงพยาบาลนครพิงค์ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จัดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ในราคาพิเศษ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลนครพิงค์ ระหว่างวันที่ 6–8 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00–18.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางเสาวคนธ์ เปี้ยสุพงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลนครพิงค์ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมเปิดกิจกรรม โดยมี นายชาญชัย จันณรงค์ ผู้จัดการภาคเหนือบน CPF เข้าร่วม

นางเสาวคนธ์ เปี้ยสุพงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวว่า กิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลนครพิงค์ เพื่อนำไปจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น เพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่และประชาชนทั่วไป ร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพภายในงาน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อโอกาสในการดูแลผู้ป่วยไปด้วยกัน

“ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ CPF ดำเนินการร่วมกับโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมยกระดับระบบสาธารณสุข ผ่านการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ โดยรายได้จากกิจกรรมจะนำไปสนับสนุนภารกิจของแต่ละโรงพยาบาล อาทิ การจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ การซ่อมแซมและปรับปรุงอาคาร

นอกจากนี้การเสริมศักยภาพของโรงพยาบาลในการรับมือสถานการณ์วิกฤต อาทิ อุทกภัยและแผ่นดินไหว ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ CPF ในการเคียงข้างชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...