หน้าแรกข่าวล่าสุดวันแรก ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ยังเงียบเหงาพ่อค้าแม่ค้าฝากความหวังฟื้นยอดขายหลังเศรษฐกิจซบ

วันแรก ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ยังเงียบเหงาพ่อค้าแม่ค้าฝากความหวังฟื้นยอดขายหลังเศรษฐกิจซบ

-

เปิดฉากวันแรกโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ตลาดจอมพล ขอนแก่นยังไม่คึกคัก เหตุวันหยุด คนยังไม่ออกจับจ่าย แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าชี้ชัด ยอดขายเริ่มขยับ ดีกว่าช่วงไร้มาตรการ พร้อมวอนรัฐเดินหน้าโครงการต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 บรรยากาศวันแรกของการเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ตลาดจอมพล ถนนกสิกรทุ่งสร้าง เขตเทศบาลนครขอนแก่น พบว่าบรรยากาศการจับจ่ายยังไม่คึกคักเท่าที่คาด เนื่องจากตรงกับวันหยุด ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ออกมาใช้จ่ายในช่วงเช้า

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการซื้อขายเริ่มมีสัญญาณขยับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนมีโครงการ โดยตลาดจอมพลมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการสูงถึงร้อยละ 95 สะท้อนความคาดหวังของผู้ประกอบการที่ต้องการแรงกระตุ้นจากภาครัฐ

นางรวีวรรณ ทีทา อายุ 63 ปี แม่ค้าในตลาด เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันแรกลูกค้ายังไม่มากนัก ส่วนหนึ่งเพราะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น บางคนเติมเงินในแอปฯ แล้ว ขณะที่บางส่วนยังไม่ดำเนินการ แต่ทางร้านพยายามช่วยแนะนำขั้นตอนให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมยอมรับว่ายอดขายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ คาดว่าต้องรอวันทำการปกติจึงจะเห็นความคึกคักชัดเจน

“เดือนที่ผ่านมาเงียบมาก แถมเป็นช่วงเปิดเทอม ผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายสูง ก็หวังว่าโครงการนี้จะช่วยให้ยอดขายดีขึ้น อยากให้รัฐมีโครงการลักษณะนี้อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้เงินหมุนในระบบ” นางรวีวรรณกล่าว

ด้าน น.ส.ชนิกานต์ สืบผาสุข อายุ 27 ปี แม่ค้าอีกคน ระบุว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนหลังมีโครงการ จากเดิมซื้อเพียง 1 กล่อง กลายเป็น 2-3 กล่อง ทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น และยังช่วยดึงลูกค้าใหม่ที่เคยลังเลให้เข้ามาใช้บริการ

“ถือเป็นโครงการที่ตอบโจทย์มากกว่าการแจกเงิน เพราะเงินถูกนำไปใช้ซื้อของจำเป็นจริง ๆ ไม่ใช่หมดไปในครั้งเดียว อยากให้มีต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว” น.ส.ชนิกานต์กล่าว

ขณะที่ นางพรรณี เกียรตินอก อายุ 60 ปี แม่ค้า กล่าวว่า หลังเปิดระบบตั้งแต่เวลา 06.00 น. เริ่มมีลูกค้าเข้ามาใช้สิทธิ์ต่อเนื่อง แม้จำนวนยังไม่มากนัก โดยตลอดช่วงเช้ามีลูกค้าประมาณ 10 ราย คาดว่าสาเหตุหลักยังคงเป็นวันหยุดที่ทำให้การจับจ่ายชะลอตัว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่พบปัญหาในการใช้งานระบบ และต่างตั้งความหวังว่าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะช่วยพลิกฟื้นบรรยากาศการค้าให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับโครงการในอดีตที่เคยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจระดับฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...