Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดผักตบชวาขวางทางน้ำฉุดค่าออกซิเจนต่ำปลาเลี้ยงปราจีนบุรีตายเกลื่อนยกกระชัง

ผักตบชวาขวางทางน้ำฉุดค่าออกซิเจนต่ำปลาเลี้ยงปราจีนบุรีตายเกลื่อนยกกระชัง

-

ปราจีนบุรี –กษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาในกระชังแม่น้ำปราจีนบุรีเดือดร้อนหนัก หลังเกิดวิกฤตค่าออกซิเจนในน้ำต่ำอย่างรุนแรง ส่งผลให้ปลาทับทิมลอยหัวตายเกลื่อนเป็นจำนวนมาก

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “บอย ห้อย” ที่ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอความสูญเสียในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง พบปลาทับทิมที่เลี้ยงไว้กว่า 20 กระชัง ทยอยลอยหัวและตายเนื่องจากขาดออกซิเจน นายบอย (นามสมมติ) อายุ 30 ปีเศษ เจ้าของโพสต์ระบุว่า ครอบครัวเลี้ยงปลามากว่า 20 ปี ครั้งนี้เสียหายหนักรวมกว่า 17 ตัน

โดยสาเหตุเชื่อว่ามาจากการนำเชือกมากั้นดักผักตบชวาบริเวณสะพานบ้านสร้างและสะพานวัดหัวไผ่ ทำให้ผักตบจำนวนมหาศาลมากองสะสมจนน้ำนิ่งสนิทและไม่มีอากาศ จนต้องเร่งจับปลาขายในราคาถูกเพียงกิโลกรัมละ 30-35 บาท และบางส่วนต้องขายทำปุ๋ยเพียงกิโลกรัมละ 5 บาท

ทางด้าน นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวหลังทราบเรื่องว่า ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พบว่าปัญหาหลักเกิดจากปริมาณผักตบชวาและผักกระเฉดที่หนาแน่นจนปกคลุมผิวน้ำ ทำให้ออกซิเจนในน้ำต่ำกว่ามาตรฐาน

•ระดมเครื่องจักรหนัก: ประสานความร่วมมือจากกรมชลประทาน และ ปภ.เขต นำรถแม็คโครเร่งตักผักตบชวาและวัชพืชขึ้นจากลำน้ำบริเวณโครงการส่วนพระองค์

•ผลักดันน้ำ: ใช้เรือผลักดันน้ำของกรมชลประทาน เร่งระบายผักตบชวาให้ออกจากบริเวณกระชังปลาของชาวบ้านโดยเร็วที่สุด
•ทำความสะอาดพื้นที่: นำกำลัง อส. ทั้งจังหวัดและอำเภอ พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยเกษตรกรเคลื่อนย้ายซากปลาที่ตายไปฝังกลบเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสียเพิ่มเติม

นายวีระพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ค่าออกซิเจนในน้ำเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วหลังจากการรื้อถอนวัชพืชเปิดทางน้ำ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ทางจังหวัดเตรียม ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อเร่งรัดเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบตามระเบียบของทางราชการต่อไป

ส่วนรายละเอียดจำนวนเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ผวจ.ปราจีนบุรี ระบุว่าอยู่ระหว่างการสำรวจที่แน่ชัด และจะแจ้งข้อมูลสรุปให้ทราบอีกครั้ง

และพบแจ้งในกลุ่มไลน์ผู้ว่าพบสื่อมวลชน จ.ปราจีนบุรี  ระบุว่า  …     นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปภ.เขต 3, ทสจ., ประมงจังหวัด และนายอำเภอบ้านสร้าง ได้ลงพื้นที่ตำบลบางพลวง เพื่อสุ่มตรวจวัดค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (Dissolve Oxygen : DO) ซึ่งค่าที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำต้องไม่น้อยกว่า 3 มิลลิกรัม/ลิตร แต่ผลการตรวจสอบกลับน่าตกใจ ดังนี้:

•บริเวณสะพานวัดโบสถ์ (เหนือน้ำ): วัดได้ 3.6 มิลลิกรัม/ลิตร

•บริเวณสะพานอินเตอร์ (ใกล้กระชังปลา): วัดได้ 1.7 มิลลิกรัม/ลิตร

•บริเวณกระชังปลากำนันอินทร์ (จุดที่ปลาตาย): วัดได้เพียง 0.25 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งถือเป็นระดับที่วิกฤตอย่างมาก

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เร่งแก้ไขปัญหาทันที ประกอบด้วย:

1.ชลประทาน: ประสานโครงการส่งน้ำนฤบดินทรจินดา เพิ่มการระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ และใช้เรือนวัตกรรม 5 ลำ เร่งผลักดันและตักผักตบชวาออก

2.อบจ.ปราจีนบุรี: สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้รถแบคโฮ 2 คัน เพื่อขุดลอกคูคลองเปิดทางน้ำ

3.ทสจ.ปราจีนบุรี: เก็บตัวอย่างน้ำตรวจแล็บและวัดค่า DO ต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกาศเขตภัยพิบัติ

4.ประมงจังหวัด: ประสานการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว

5.อำเภอบ้านสร้าง: เร่งรวบรวมรายงานเหตุด่วนสาธารณภัย เพื่อเสนอจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบราชการ

6.ฝ่ายความมั่นคงและท้องถิ่น: ระดมกำลังพล อส. และทหาร ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยเกษตรกรขนย้ายซากปลาไปฝังกลบเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย

ผวจ.ปราจีนบุรี ยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายหลังจากรื้อถอนวัชพืชเปิดทางน้ำ และจะเร่งรัดกระบวนการเยียวยาให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

โดย…มานิตย์  สนับบุญ  /ปราจีนบุรี###

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...