หน้าแรกข่าวล่าสุดน้ำลดฮวบรอบ42ปีสะพานไม้โผล่ตอหม้อแลนด์มาร์กดังสังขละบุรี

น้ำลดฮวบรอบ42ปีสะพานไม้โผล่ตอหม้อแลนด์มาร์กดังสังขละบุรี

-

สะพานไม้อุตตมานนุสรณ์ หรือ “สะพานมอญ” แลนด์มาร์กสำคัญของอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พบปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำลดลงอย่างมาก จนเผยให้เห็น “ตอหม้อสะพาน” กลางลำน้ำอย่างชัดเจน

จากเดิมที่ระดับน้ำลึกกว่า 2 เมตร ปัจจุบันลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้แพท่องเที่ยวหลายแห่งต้องจอดเกยตื้นบนพื้นดิน กลายเป็นภาพสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ทั้งงดงามและชวนกังวลในเวลาเดียวกัน

แม้สถานการณ์น้ำจะลดลง แต่บรรยากาศการท่องเที่ยวยังคงคึกคัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังคงเดินทางมาเยือน เพื่อบันทึกภาพความแปลกตาของสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความยาวกว่า 850 เมตร ท่ามกลางทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไป

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ได้รับความสนใจ คือ “สถานีรถไฟบ้านนิเถะ” อดีตสถานีปลายทางในยุค สงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนเชื่อมต่อไปยังประเทศเมียนมา ซึ่งยังคงมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้ศึกษาอย่างชัดเจน

ด้านบรรยากาศบนสะพาน ยังคงเต็มไปด้วยสีสัน โดยมีบุคคลที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีในชื่อ “แจ็ค สแปร์โรว์ เมืองไทย” คอยสร้างรอยยิ้มและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่อากาศเย็นสบาย

ไฮไลต์สำคัญยังคงเป็นวัฒนธรรมชาวมอญ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายพื้นเมือง การตักบาตรยามเช้า รวมถึงการสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายริมลำน้ำ โดยเฉพาะบริเวณ สามประสบ จุดบรรจบของแม่น้ำซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี

สำหรับสะพานไม้อุตตมานนุสรณ์ สร้างขึ้นตามดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ เมื่อปี พ.ศ. 2529 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2530 โดยแรงศรัทธาของชาวบ้านเชื้อสายมอญและกะเหรี่ยง เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรและเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาทางศาสนา

ทั้งนี้ การลดลงของระดับน้ำมีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการบริหารจัดการน้ำของ เขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีการกักเก็บน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้าและการเกษตร รวมถึงการซ่อมบำรุงโครงสร้างเขื่อนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว

แม้ภาพที่ปรากฏจะสร้างความแปลกตาและดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ก็สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและวิถีชีวิตที่กำลังเผชิญความท้าทายระหว่าง “ความงดงามที่ไม่เหมือนเดิม” กับ “คำถามถึงอนาคตของสังขละบุรี”

ข่าว/ภาพ : ปรีชา ไหลวารินทร์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรี

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“บุนยามีน มีเต๊ะ”เกษตรกรต้นแบบเลี้ยง “ผึ้งชันโรง”สร้างรายได้-เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นสุไหงโก-ลก

บุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ...