Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดสืบสานประเพณี 100 ปี! วัดโคกมะกอกจัดพิธีฉลองพระเจดีย์ทรายวันออกสงกรานต์

สืบสานประเพณี 100 ปี! วัดโคกมะกอกจัดพิธีฉลองพระเจดีย์ทรายวันออกสงกรานต์

-

ปราจีนบุรี  –  สืบสานประเพณี 100 ปี! วัดโคกมะกอกจัดพิธีฉลองพระเจดีย์ทรายวันออกสงกรานต์ ทำบุญส่งท้ายก่อนกลับไปทำงาน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 15 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี    บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์วันสุดท้าย หรือ “วันเถลิงศก” ณ วัดโคกมะกอก หมู่ 1 ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี   จ.ปราจีนบุรี พุทธศาสนิกชนและชาวบ้านในพื้นที่ต่างพร้อมใจกันมาร่วมทำบุญตักบาตร และจัดพิธีฉลองพระเจดีย์ทราย ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 1 ศตวรรษ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่หลังสิ้นสุดวันหยุดยาว

ในช่วงเช้าของวันนี้ ซึ่งถือเป็นการทำบุญปีใหม่ไทยเข้าสู่วันที่ 3 พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตร จากนั้นจึงเข้าสู่พิธีการฉลองพระเจดีย์ทรายที่ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันขนทรายเข้าวัดและก่อเจดีย์ไว้ล่วงหน้าอย่างงดงาม

นายจำนง สวยศรี อายุ 80 ปี มัคคายกวัดโคกมะกอก เปิดเผยถึงความสำคัญของงานในวันนี้ว่า   ประเพณีการก่อพระทรายและ ฉลองพระทรายของหมู่บ้านโคกมะกอก มีการสืบทอดกันมานานกว่า 100 ปีแล้ว โดยชาวบ้านจะนำทรายมาก่อเป็นองค์เจดีย์ พร้อมนำจตุปัจจัยไทยทาน อาทิ ดอกไม้ เงินเหรียญ ธนบัตร และธูปเทียนมาประดับตกแต่งให้สวยงาม

“หลังจากนั้นเราจะมีพิธีที่เรียกว่า ‘บวชพระเจดีย์ทราย’ โดยมีการเจริญพระพุทธมนต์ และเวียนเทียนประทักษิณาวัตร (เวียนขวา) รอบองค์เจดีย์ทรายจำนวน 3 รอบ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ส่วนในช่วงบ่ายของวันนี้ก็จะมีการจัดพิธีสรงน้ำพระสงฆ์ และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุตามธรรมเนียมอันดีงามต่อไป” นายจำนง กล่าว

มัคคายกวัย 80 ปี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า   ประเพณีบวชพระเจดีย์ทรายวัดโคกมะกอก จะจัดขึ้นในช่วงวันออกสงกรานต์ หรือ วันที่ 15 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาล การร่วมกันก่อเจดีย์ทราย เวียนเทียน และสรงน้ำพระ แฝงไปด้วยคติธรรมและความเชื่อที่ว่า เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลส่งไปให้ถึงญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว

นอกจากนี้    ยังถือเป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของคนโบราณในการ “นำทรายคืนวัด” เพื่อชดเชยทรายที่อาจบังเอิญติดเท้าหรือรองเท้าของชาวบ้านออกจากเขตวัดไปตลอดทั้งปี การสืบสานประเพณีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำบุญส่งท้ายเทศกาล แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังศรัทธาและความสามัคคีที่เหนียวแน่นของชุมชนตำบลดงขี้เหล็ก ในการร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

โดย… มานิตย์  สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์ – ภาพ/ปราจีนบุรี ##

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...