หน้าแรกข่าวล่าสุดตัดลูกด้วยใจ เพื่อคุณภาพทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ส่งเสริมตัดแต่งผลทุเรียน ลดแย่งสารอาหาร

ตัดลูกด้วยใจ เพื่อคุณภาพทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ส่งเสริมตัดแต่งผลทุเรียน ลดแย่งสารอาหาร

-

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดกิจกรรม “ตัดลูกด้วยใจ เพื่อคุณภาพทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ส่งเสริมความรู้การตัดแต่งผลทุเรียน ช่วยลดการแย่งสารอาหารภายในต้น ณ สวนวัชระ ๑๑๘ หมู่ ๖ บ้านภูเงิน ตำบลภูเงิน อำเภอกันทรลักษ์

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม”ตัดลูกด้วยใจ เพื่อคุณภาพทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ”ณ สวนวัชระ ๑๑๘ หมู่ ๖ บ้านภูเงิน ตำบลภูเงิน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นสวนของนายไกรศรี นางสุวิภา อินทรสุขศรี เจ้าของสวนทุเรียน เป็นเจ้าของสวน เปิดสวนให้จัดกิจกรรมอันสำคัญวันนี้

อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

สุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ

นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวรายงานว่า กิจกรรม “ตัดลูกด้วยใจ เพื่อคุณภาพทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ในวันนี้ ปัจจุบันจังหวัดศรีสะเกษมีเกษตรกรผู้ปลูกลูกทุเรียนรวมทั้งสิ้น ๓..๗๙ ราย มีพื้นที่ ปลูกรวม ๒๒,๖๑๕ ไร่ โดยมีพื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว ๑๖,๙๐๑ ไร่ ซึ่งในปี ๒๕๖๙ นี้คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตรวมทั้งจังหวัดประมาณ ๒๕,๘๕๓ ตัน เพิ่มขึ้นจากปี ที่ผ่านมาถึงร้อยละ ๒๕

หัวใจสำคัญของภาคการเกษตรเราคือ “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ (Gl)” ซึ่งปลูกในพื้นที่ ๓ อำเภอหลัก ได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์ ขุนหาญ และศรีรัตนะ มีพื้นที่ปลูกรวม ๒๑,๔๑๘ ไร่ คิดเป็นสัดส่วนหลักของจังหวัด โดยมีปริมาณผลผลิตทุเรียนGI รวมกว่า ๒๕,๑๗๕ ตัน คิดเป็นร้อยละ ๙๘ ของผลผลิตทุเรียนทั้งหมดในจังหวัด

สำนักงานเกษตรจังหวัดได้มุ่งเน้นการส่งเสริมระบบแปลงใหญ่ โดยมีแปลงใหญ่ทุเรียนรวม ๒๑ แปลง เกษตรกร ๑,๑๐๙ ราย พื้นที่ ๙,๐๘๒ ไร่ และให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานสินค้า โดยปัจจุบันมีเกษตรกรที่ได้รับรองมาตรฐาน GAP แล้ว
๑,๘๑๕ ราย พื้นที่กว่า ๑๔,๐๗๘ ไร่ และมีผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” จำนวน ๙๖๖ ราย พื้นที่ ๖,๕๕๑ ไร่

กิจกรรม “ตัดลูกด้วยใจ เพื่อคุณภาพทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้การตัดแต่งผลทุเรียน เพื่อช่วยลดการแย่งสารอาหารภายในต้น และทำให้ผลที่คัดไว้มีขนาดใหญ่และทรงสวยสมบูรณ์ ทั้งยังช่วยจัดระเบียบตำแหน่งผล ป้องกันการสะสมของศัตรูพืช และรักษาความสมบูรณ์ของต้นให้ไม่โทรมเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง โดยจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในช่วงเดือนมิถนายนนี้

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...