หน้าแรกข่าวล่าสุด‘ข้าวแช่รามัญ’มรดกศรัทธาใกล้เลือนหายตำนานอาหารศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ได้มีไว้แค่กินแต่เพื่อบูชาเทวดา

‘ข้าวแช่รามัญ’มรดกศรัทธาใกล้เลือนหายตำนานอาหารศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ได้มีไว้แค่กินแต่เพื่อบูชาเทวดา

-

ข้าวแช่ เป็นอาหารมอญ นิยมทำ เพื่อถวายพระ ทำบุญ และส่งมอบให้ญาติผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คนมอญเรียก ข้าวแช่ ว่า เปิงซังกราน เปิงแปลว่า ข้าว ซังกราน ก็คือเทศกาลสงกรานต์ รวมแล้วเปิงซังกราน คือ ข้าวที่ทำในเทศกาลสงกรานต์

ที่เป็นอย่างนี้เพราะ ตำนาน เปิงซังกราน คือตำนานเดียวกับ ธรรมบาลกุมาร ที่ชนะตอบปริศนากบิลพรหม (ตำนานวันสงกรานต์) เริ่มตอนที่เศรษฐี พ่อของธรรมบาลไม่มีลูกเลยไปหุงข้าวบวงสรวงขอลูก ข้าวที่เศรษฐีหุงนี่เองคือ เปิงซังกราน ข้าวที่หุงแล้วได้ลูกมาเป็นต้นเรื่องของสงกรานต์

“ข้าวแช่” เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมทางด้านอาหารของชุมชนชาวมอญในจังหวัดปทุมธานี  สมัยโบราณจะถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่  เป็นเทศกาลที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง  โดยแต่ละบ้านจะมีการเตรียมงานกันเป็นเดือนๆ  ตั้งแต่การทำความสะอาดบ้าน

การเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับสวมใส่  รวมไปถึงอาหารการกิน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ข้าวแช่”  หรือที่ชาวมอญเรียกว่า “เปิงซังกราน” มีความหมายถึง “กินข้าวแช่” มีพิธีและขั้นตอนการทำมากมาย  ก่อนจะทำต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม การหุงข้าวแช่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวมอญ บ่งบอกถึงความเชื่อ  ภูมิปัญญา  และมีคุณค่าต่อศาสนา  วัฒนธรรมและครอบครัวมาก

การหุงข้าวแช่ต้องหุงกลางแจ้ง และนิยมทำในเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น  เมื่อถึงวันสงกรานต์ญาติมิตรที่อยู่ไกลๆ  ก็จะกลับมาบ้านเพื่อทำข้าวแช่ไปทำบุญและตั้งศาลของบ้านขึ้นมาเพื่อเซ่นไหว้ท้าวกบิลพรหมในปีนั้นๆ  อีกทั้งยังถือโอกาสนำข้าวแช่ไปให้ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือและกราบไหว้ขอพรเป็นการแสดงการคารวะอีกด้วยซึ่งตามความคิดของชาวมอญนั้น

“การทำข้าวแช่เป็นสิ่งที่แฝงความเชื่อศักดิ์สิทธิ์ไว้” เพราะมักจะทำกันในช่วงสงกรานต์ เชื่อว่าเป็นข้าวสิริมงคลที่บริสุทธิ์สูง ทำขึ้นเพื่อบูชาเทวดาและนางสงกรานต์ โดยเชื่อกันว่า หากมุ่งหวังหรือปรารถนาสิ่งใด ก็สามารถตั้งจิตอธิษฐานขอได้ในผ่านการถวายข้าวแช่ ด้วยเหตุนี้ กรรมวิธีที่ทำ “ข้าวแช่รามัญ” จึงละเอียดลออและพิถีพิถันอย่างยิ่ง

นางสาวนิสากร กิตติธร เจ้าของร้านนิสากรข้าวแช่รามัญ ร้านข้าวแช่ชื่อดังของเมืองปทุมธานี แนะนำวิธีทานข้าวแช่แบบถูกต้อง วิธีกินข้าวแช่ที่ถูกต้องและอร่อย คือการไม่ตักเครื่องเคียงใส่ลงในถ้วยข้าวแช่ แต่ให้ “ตักเครื่องเคียงเข้าปากก่อน แล้วค่อยตักข้าวตามพร้อมซดน้ำลอยดอกไม้” เพื่อความหอมชื่นใจและความสดชื่น

ห้ามตักเครื่องเคียงลงในถ้วยข้าวแช่เด็ดขาด เพราะจะทำให้ความมันและรสชาติของเครื่องเคียงปนลงในน้ำ ทำให้เสียรสชาติและกลิ่นหอมของน้ำลอยดอกไม้ โดยเครื่องเคียงข้าวแช่ ประกอบด้วย ลูกกะปิทอด กระเทียมดองผัดไข่ ไชโป้วผัดไข่ หมูฝอย เนื้อฝอย ปลาช่อนป่น  ไข่เค็ม แตงโม

ตนเองทำมานานแล้ว เกือบ 20 ปี ถ้าลูกค้าสนใจจะสั่งซื้อก็มีตลอดทั้งปี แต่ว่าต้องสั่งล่วงหน้าเท่านั้น เพราะขั้นตอนแต่ละขั้นตอนใช้เวลาในการทำนาน และอาหารที่ตนเองทำไม่ได้ทำเหมือนคนอื่นทำอย่างทั่วไปเป็นสูตรตำรับโบราญของชาวมอญโดยเฉพาะ สนใจสั่งซื้อสามารถติดต่อ ได้ที่ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้าจังหวัดปทุมธานี เพจ Facebook.นิสากรข้าวแช่รามัญหรือโทร.095-7676811

“ข้าวแช่รามัญ” อาหารมงคล เป็นยาช่วยคลายร้อน อาหารชาววังคลายร้อนที่มีมาแต่โบราณ นิยมรับประทานในช่วงฤดูร้อน ในเครื่องเคียงประกอบด้วยสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมาย มีประโยชน์ต่อสุขภาพและยังเป็นอาหารมงคลอีกด้วย ลิ้มรสข้าวหอมมะลิชั้นดี แช่ในน้ำแร่ธรรมชาติ ลอยดอกมะลิ ช่วยบำรุงหัวใจ ดับพิษร้อน แก้อ่อนเพลีย ประกอบด้วยเครื่องเคียง ลูกกะปิทรงเครื่องจากภูมิปัญญาไทย

ในปัจจุบัน “ข้าวแช่” ถือเป็นอาหารที่แพร่หลาย หาทานได้ตลอดทั้งปี แต่ในอดีตนั้น เมนูนี้นั้นเป็นอาหารตำรับพิเศษที่หาทานได้ในวังเท่านั้น

ข้าวแช่เป็นอาหารที่สอดรับกับสภาพภูมิอากาศร้อนของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ทางการแพทย์แผนไทยเชื่อว่าการกินอาหารที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบจะทำให้ย่อยง่าย และสร้างความสมดุลภายในร่างกาย โดยจะช่วยลดอุณหภูมิลงให้คลายร้อน แล้วยังเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ได้ป่วย เช่น ผิวแห้ง ปากแตก ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูกได้

“ข้าวแช่” นอกจากมีรสชาติความอร่อยแล้ว ยังช่วยสนับสนุนสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยได้อีกด้วย

โดย…พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา  

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...